บทละครโทรทัศน์ รักเร่ ตอนที่ 9 หน้า 8
นิโคไลเห็นภายในห้องยังเงียบอยู่ เลยงง หยิบมือถือขึ้นมากดหาไฮดี้ “ไฮดี้เหรอ..”
“วายูนเขาก็อยู่ในห้องนั่นแหละ ก่อนออกมา ฉันยังคุยกับเขาอยู่เลย..”
“เอ๊ะ ! หรือว่าวายูนจะเป็นอะไร”
วายูนรีบก้มเก็บที่ตรวจครรภ์ แล้วขยำถุงทิ้งลงถังขยะ ทำให้เหมือนเป็นขยะทั่วไป ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วรีบออกไป
นิโคไลเอามือถือเก็บ วางของที่ถือมาลงทั้งหมด แล้วตัดสินใจเอาตัวเข้ากระแทกประตูห้องวายูนเพื่อจะพังเข้าไปดูว่าวายูนเป็นอะไรรึเปล่า กระแทกปังแรก ประตูยังไม่เปิด นิโคไลเตรียมจะกระแทกอีกครั้ง แต่คราวนี้ประตูกลับเปิดผั๊วะออกมาเสียก่อน
พอวายูนเห็นท่าทางของนิโคไลก็ตกใจ “นิโคไล”
“ทำไมคุณมาเปิดประตูช้าจังวายูน คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
วายูนกลัวนิโคไลจับได้ รีบหันหลังทำทีเป็นเดินกลับเข้าไปในห้อง “ฉันกำลังโทรศัพท์คุยกับอาฉันที่เมืองไทยน่ะ”
นิโคไลสีหน้าสบายใจขึ้นเมื่อเห็นวายูนไม่ได้เป็นอะไร ก็ก้มลงหยิบข้าวของที่วางทิ้งไว้ แล้วเดินตามวายูนเข้าไปในห้อง
“แล้วไป ผมเป็นห่วง กลัวคุณจะเป็นอะไรไปตอนที่อยู่ในห้องคนเดียว เอ้อ..นี่ผมซื้อเบรกฟาสต์มาให้คุณด้วย คุณจะกินเลยไหมวายูน”
“เอาสิ”
นิโคไลยื่นถุงของกินให้วายูน วายูนรับไปดูแต่พอได้กลิ่นอาหาร วายูนก็เหม็นจนคลื่นไส้จะอาเจียนอีก แต่ไม่อยากให้นิโคไลเอะใจ เลยเสไปทางอื่น “คุณเอาของกินใส่จานทีสิคะ เดี๋ยวจะได้กินด้วยกันฉันจะไปชงโกโก้ร้อนให้”
นิโคไลจัดแจงเอาของกินออกจากถุง จัดใส่จานบนโต๊ะทั้งพูดไปจัดไปโดยไม่ได้มองมาที่วายูน “เช้านี้คุณอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหมวายูน”
วายูนชงโกโก้ไปด้วย “ฉันไม่เป็นอะไรแล้วละนิโคไลอย่าห่วงเลย..” วายูนวิงเวียนจนเริ่มยืนไม่อยู่ ทั้งแพ้ท้อง ทั้งเครียด มองเห็นสิ่งต่างๆตรงหน้าเบลอ และหมุนไปหมด
วายูนเริ่มโงนเงน แต่นิโคไลยังไม่รู้ “ถ้าคุณยังไม่สบายอยู่ เดี๋ยวคลาสบ่ายนี้..ผมจะจดเล็คเชอร์ให้คุณเอง” แล้วนิโคไลก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแก้วแตกดัง เขาขวับไปดูแล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นวายูนนอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้นห้อง แก้วโกโก้ที่กำลังชงให้นิโคไลตกแตกกระจาย “วายูน!“ นิโคไลทิ้งของทุกอย่างในมือแล้วพุ่งเข้าไปดูวายูนทันที
ที่ร้านกาแฟในกรุงเทพ รามิลมาคุยกับปรัชญาซึ่งมีสีหน้าที่ร้อนใจมาก
“ในเมื่อแกก็ไม่ได้รักคุณหญิงจุล แล้วคุณหญิงจุลก็ไม่ได้รักแก แกก็ควรจะทำอะไรซักอย่างสิวะรามิล”
“แกจะให้ฉันทำอะไรวะ..นายปรัชญ์ ในเมื่อมันเป็นความต้องการของคุณน้า แล้วแกก็รู้ ฉันคงไม่มีวันนี้ ถ้าไม่มีคุณน้า”
“แต่มันต้องมีทางออกสักทางสิวะ”