บทละครโทรทัศน์ รากนครา ตอน 8 หน้า 4

บทละครโทรทัศน์ รากนครา ตอน 8 หน้า 4
Pannaput_tvs
11 ก.ย. 60
6.9M
รากนครา ตอน 8
19 หน้า

“หากทำได้ดีและมีความหมายเพียงพอ เราอาจพิจารณาคำขอร้องของเจ้า”

ศุขวงศ์รั้งตัวแม้นเมืองเข้ามาประชิดแล้วฝั่งจูบอย่างรุนแรงด้วยสิเนหาที่ขับด้วยความโกรธเกรี้ยว มือแม้นเมือง

เหมือนพยายามยันร่างศุขวงศ์ไว้อย่างขัดขืนในวินาทีแรก แต่ศุขวงศ์เรี่ยวแรงมากกว่าบวกกับสำนึกของการต้องยอมรับในสภาพที่เป็นอยู่ แม้นเมืองต้องจำยอม เนิ่นนานจนศุขวงศ์ค่อย ๆ ถอนจูบนั้นออกมา แม้นเมืองที่น้ำตาอาบแก้มหลบตาลงไม่สบตาเขา อะไรก็หยุดยั้งศุขวงศ์ไม่ได้แล้ว...เขารวบตัวช้อนตัวแม้นเมืองขึ้นแล้วพาไปที่เตียงทันที เปลวไฟจากตะเกียงส่องสว่าง ในขณะที่ศุขวงศ์สำเร็จโทษแม้นเมือง

 

ลานหิน ภูผาเมือง  ในความมืดทั่วบริเวณยังเห็นหน่อเมืองนั่งอยู่หน้ากองไฟที่เกือบมอดหมดแล้ว หน่อเมืองยกเหล้าขึ้นซดทั้งขวด

“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าภาระหน้าที่ที่ต้องปกป้องแผ่นดินของบรรพบุรุษหรอก แม้นเมือง”

หน่อเมืองเทเหล้าที่เหลือในขวดทิ้งลงกองไฟ ไฟที่เหมือนใกล้มอดนั้นกลับลุกโชนขั้นมาอีกครั้ง

 

ในห้อง ที่ตั่งนอนศุขวงศ์ยังนอนกอดร่างแม้นเมืองเอาไว้จากด้านหลัง แม้นเมืองหลับตานิ่ง ศุขวงศ์จูบเส้นผมไล่ไปถึงหัวไหล่แม้นเมืองอย่างอ่อนโยน “ในเมื่อยังไม่หลับก็ลืมตาขึ้นสิแม้นเมือง” แม้นเมืองยังนิ่ง

“เจ้าคงไม่ขี้ขลาดถึงขนาดต้องหลับตาพูดกับพี่หรอกนะ”

แม้นเมืองนึกฉุน ลืมตาขึ้นและหันกลับมาเผชิญหน้าศุขวงศ์ ศุขวงศ์ยิ้มเหมือนยั่วเย้าล้อเลียน แม้นเมืองเผชิญหน้าและเจอสายตาแบบนี้กลับกลายเป็นฝ่ายกระดากอาย เบนสายตาหนี

“งานของข้าเจ้าเสร็จแล้ว ดีและมีความหมายเพียงพอให้เจ้าเมตตาทำตามคำขอร้องของข้าเจ้ารึไม่”

ศุขวงศ์ชะงัก เจ็บ “อย่าพูดอย่างนี้เลยได้ไหมแม้นเมือง พี่ไม่ได้ตั้งใจจะพูดจะทำอย่างที่ได้พูดได้ทำไป

แล้วสักนิด” แม้นเมืองยิ่งรู้สึกน้อยใจ...สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก

“ให้อภัยพี่สักครั้งเถอะนะแม้นเมือง” ศุขวงศ์จูบแผ่วเบา แม้นเมืองแทบละลาย

“เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าเจ้าเป็นสิทธิ์ของเจ้านับจากวันแรกที่ดินทางมาจากเชียงเงิน”

ศุขวงศ์มองแม้นเมืองอย่างรู้สึกเจ็บไม่แพ้กัน ศุขวงศ์ต้องการทั้งชีวิตทั้งหัวใจของแม้เมืองมากกว่า)

“จบเรื่องและหลับได้แล้วแม้นเมือง พี่อยากให้วันพรุ่งเป็นการเริ่มต้นที่สดใสสำหรับเราทั้งสองคน”

ศุขวงศ์กระชับร่างแม้นเมืองเข้ามากอดแนบอก แม้นเมืองค่อย ๆ หลับตาลงอย่างว่าง่าย ลึก ๆ แล้วแม้นเมืองมีความสุขและปรารถนาให้อยู่อย่างนี้ตลอดไป ศุขวงศ์เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ศุขวงศ์กอดแม้นเมืองไว้เหมือนไม่อยากให้จากไปไหน

 

เช้าตรู่ ตำหนักนอก เขตชั้นใน เมืองมัณฑ์  แสงสีแดงสาดใส่ยอดประสาท-เจดีย์สีทอง ข่ายคำ แต่งตัวทำผมเสร็จแล้วนั่งเลือกเครื่องประดับอยู่มุมนึง มีบริวารหยิบออกมาให้เลือกให้ตัดสินใจทีละชิ้น แต่ก็เหมือนยังไม่ถูกใจสักชิ้น ฟองจันทร์กับบริวารอีกคน กำลังช่วยกันสางผมเตรียมเกล้ามวยผมให้มิ่งหล้า “กรี๊ด....ด..”


19 หน้า