บทละครโทรทัศน์ ลมซ่อนรัก ตอนที่ 4 หน้า 6
“ขอผ้าขนหนูหรือผ้าไรก็ได้สองสามผืน เชือก ไม้กระดานเตรียมไว้ให้พร้อม” ชายหนุ่มสั่งก่อนจะถูกหย่อนตัวลงไปด้านล่าง มีเจ้าหน้าที่อีกคนลงไปช่วยกัน ทุกอย่างเร่งรีบ
ภัทรินลุ้น แต่ยังคงเกะกะการทำงาน
เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ คอยช่วยกันส่งอุปกรณ์ตามลงไป เริ่มจากผ้าขนหนู ไม้กระดาน เชือก ปราณนต์กับเจ้าหน้าที่ช่วยกันบล็อกร่างกายคนเจ็บไม่ให้เคลื่อนไหวมาก เอาผ้าขนหนูรองเข้าไปที่ส่วนเว้าของหลัง แล้วบล็อกคอ เอาไม้กระดานสอดให้คนเจ็บนอนบนไม้ จัดการเอาสายรัดมาตรึงร่างคนเจ็บกับไม้ให้แน่น พร้อมสำหรับการดึงตัวขึ้นไป ภัทรินได้แต่มอง ทำอะไรไม่เป็น
ร่างของคนเจ็บที่ผูกติดกับไม้กระดาน ถูกดึงขึ้นมา พวกเจ้าหน้าที่รีบไปดูแล ปราณนต์กับเจ้าหน้าที่ถูกดึงตามหลังมา มาถึงปราณนต์ก็รีบลุก ถอดอุปกรณ์เซฟตี้ แล้วจะไปดูคนเจ็บต่อเลย
ภัทรินเข้ามาโวย “หมอพาชั้นมาทำอะไรที่นี่”
”จะยืนเฉยทำไม..มานี่” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นแล้วคว้ามือลากภัทรินไป ดันให้ขึ้นไปในรถกระบะ ที่คนเจ็บซึ่งกระดูกสันหลังเคลื่อนถูกพาตัวขึ้นไปท้ายกระบะแล้ว แต่ยังไม่มีใครดูแล เพราะมีเสียงตะโกนเรียกให้ไปดูคนเจ็บอีกด้าน ทุกคนวุ่นวายหมด
ปราณนต์เอาที่ช่วยหายใจแบบมือบีบ ส่งให้ภัทรินถือ แล้วตัวเองก็รีบติดสายน้ำเกลือให้คนไข้ “บีบเป็นจังหวะ” ชายหนุ่มทำมือให้จังหวะสาธิตให้ภัทรินบีบตาม “ดี..รักษาจังหวะไว้” เขาส่งถุงน้ำเกลือให้ภัทรินถืออีกมือ จับยกให้ชูมือสูงไว้ “อย่าหยุดบีบ!”
“ชั้นทำไม่ได้” ภัทรินทำท่าสยอง
ปราณนต์จริงจังซีเรียส “ทำได้!! นี่ชีวิตคน คุณต้องทำได้”
ภัทรินมือยังคงบีบไป แต่ปากครวญ “ชั้นทำไม่ได้....ชั้นกลัว....”
“ออกรถได้เลย” ปราณนต์หันไปสั่งคนขับรถแล้วหันไปช่วยเหลือคนอื่นต่อ
“หมอ!!!!” ภัทรินร้องอย่างตกใจเมื่อรถแล่นออกไป หญิงสาวแทบร้องไห้ ปากก็ครวญครางไป แต่มือก็บีบไปตามจังหวะ
รถที่ภัทรินนั่งมาแล่นเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ หญิงสาวที่นั่งครวญมาตลอดทาง พอเห็นถึงโรงพยาบาล ก็รีบร้องขอความช่วยเหลือราวกับเจ็บซะเอง “ช่วยด้วย..ช่วยชั้นด้วยยยยยย”
จันทร์วิภารีบออกมารอรับคนไข้ เนตรมณีและเบญจคีย์มาเป็นอาสาสมัครช่วยแพทย์ เข็นเตียงผู้ป่วยมารอรับทันทีที่รถกระบะจอด ทุกคนก็รีบทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว ดึงสายน้ำเกลือและที่ช่วยหายใจมาจากมือภัทริน เอาตัวคนเจ็บใส่เตียงแล้วรีบพาไป
“ช่วยด้วย..” ภัทรินยังคงไม่หยุดร้อง
“หยุดคร่ำครวญได้มั้ย! คนเจ็บยังไม่ร้องเท่าเธอเลย!!” เบญจคีย์ทนไม่ได้ หันมาดุ แล้วรีบวิ่งไปทำงานต่อ
ภัทรินนั่งเหวอ มองเหตุการณ์ พยายามรวบรวมสติ