บทละครโทรทัศน์ ลมซ่อนรัก ตอนที่ 1 หน้า 10
ลูกไม่คิดถึงลูกสาวเหรอ” ภารตีผู้เป็นแม่ถามย้ำพลางเหลือบมองหมาเทอเรียที่ดูมอมแมมนั่งหงอยจ้องไปที่ถนน ราวกับรอคอยการมาของภัทริน
ภัทรินมองหน้าธนาฒน์ ยิ้มคูลๆ เดินเลี่ยงออกไปคุยที่บริเวณระเบียงด้านนอกอาคาร “คิดถึงสิคะคุณแม่ขา..แต่ช่วงนี้ภัทงานยุ่งมาก..ยังให้คำตอบไม่ได้จริงๆค่ะ”
ภารตีปาดเหงื่อ รู้สึกร้อนแดด “ลูกมีวันลาไม่ใช่เหรอ..ลาสักสองสามวัน นั่งเครื่องบินแป๊บเดียวก็ถึงบ้านเราแล้ว” เธอยกตะกร้าผักขึ้นมา แล้วมีอาการวูบ แต่ยังทรงตัวไว้ได้ เอาตะกร้ายันพื้นเพื่อทรงตัวไว้
“ภัทจะพยายามนะคะแม่ แม่คะ..แม่..ได้ยินภัทหรือเปล่าคะ” ภัทรินแปลกใจว่าทำไมปลายสายเงียบไป ซึ่งขณะนั้นภารตีเป็นลมแดด ล้มลงไปกองแล้ว “แม่คะ..แม่..ภัทมีงานต้องทำต่อนะคะ..ถ้าแม่ไม่พูด..งั้นภัทขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาววางสายไปไม่ทันได้ยินเสียงของปราณนต์ที่ดังแทรกขึ้นมา “คุณคือลูกสาวน้าภารตีใช่มั้ย..ตอนนี้แม่คุณเป็นลมไปแล้วครับ”
“จะเอาเวลาที่ไหนกลับ” ภัทรินถอนหายใจ บ่น
“แพตคะ..” ธนาฒน์ตามออกมา และชี้เอกสารที่ถือมาด้วย
“อุ๊ยตาย ภัทขอโทษค่ะๆ” ภัทรินรีบร้อนรับเอกสารมาเซ็นให้ธนาฒน์ทันที ชายหนุ่มยิ้มที่ทำสำเร็จ
สำนักงานใหญ่บ.GLS ภายในห้องทำงานของปราณ ชายหนุ่มกำลังเครียด ในขณะที่อัณณารายงานการทุจริตอีกเคส
“เท่าที่ตรวจสอบ..บางบริษัทที่ระบุอยู่ในใบสั่งซื้อ..ไม่มีอยู่จริง..เป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทุจริตโดยเฉพาะ ทั้งชื่อบริษัท โลโก้ ที่ตั้ง ทุกอย่างปลอมหมด..ส่วนการที่ไม่มีใครทราบเลย เพราะมีการแปลงบิล..คือแทนที่จะเบิกสินค้าราคาแพงเกินล้าน ซึ่งตามระบบจะต้องทำเรื่องส่งให้กรรมการเซ็นอนุมัติ..เขาก็แปลงบิลเป็นรายการย่อยๆๆ บิลละแสน..ซึ่งฝ่ายจัดซื้อมีอำนาจในการเซ็นอนุมัติได้ด้วยตัวเอง”
ปราณรู้สึกเจ็บใจที่ได้ยิน “ทุกบริษัทในเครือจีแอลเอส..มีเรื่องทุจริตกันครึกโครมขนาดนี้ โดยที่ผมไม่เคยเอะใจ..” ชายหนุ่มเอ่ยประชดตัวเอง “ผมได้รางวัลผู้บริหารยอดเยี่ยมมาได้ยังไง!!!”
“อย่าโทษตัวเองเลยปราณ..ถ้าปราณไม่ลงมาดูแลอย่างใกล้ชิด เราคงไม่รู้หรอกว่ามีการทุกจริตเกิดขึ้น” อัณณาปลอบใจชายหนุ่ม
“พวกมันต้องทำกันเป็นขบวนการ..รู้เห็นเป็นใจตั้งแต่หัวยันหาง..และคนที่ทำก็ต้องใหญ่มาก มีอิทธิพลในบริษัท” พสุวัฒน์เอ่ยขึ้นมาบ้างหลังจากฟังรายงานจบ
“ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือใคร” ปราณมีแววตากร้าว คิดจัดการพวกทุจริต
ที่โรงพยาบาลผาหมอก ภารตีนอนพักให้น้ำเกลืออยู่ที่เตียงคนไข้ โดยมีปราณนต์กำลังดูแลอาการให้อยู่
“นอนสักพักนะครับ..เดี๋ยวเย็นๆผมจะดูอาการอีกที ว่าต้องค้างหรือกลับบ้านได้..ตกลงตามนี้นะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณนะหมอณนต์..นี่ๆๆ หมอช่วยโทรไปหาลูกสาวน้าทีสิ” ภารตีเอ่ยพลางยื่นมือถือให้ชายหนุ่ม