บทละครโทรทัศน์ นายฮ้อยทมิฬ ตอน 3 หน้า 16
โทนรับขันน้ำมากิน สองพี่น้องเห็นท่าทางโทนแล้วอดขำไม่ได้ โทนเขินๆอายหน้าแดง ระหว่างนั้นเสียงหมาเห่า ดังเข้ามาจนเสียงดังน่าสงสัย
“หมามันเห่าผู้ได๋ สงสัยจะมีไผมา เดี๋ยวข้อยลงไปเบิ่ง” คำแก้วบอกพี่สาวแล้วรีบเดินไป
คำแก้วถือตะเกียงลงมาที่ลานหน้าบ้านกวาดตามองหาหมาที่เลี้ยงไว้ เพราะเสียงหมาเห่าเงียบไป
“อยู่ๆก็เงียบไป...หายหัวไปไสล่ะ...บักหมาน้อย..อยู่ไสน้อ..หมาน้อยเอ้ย”
คำแก้วส่องตะเกียงยกขึ้นดูไปรอบๆ โดยไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนที่กำลังซุ่มดู
“รีบออกมาเด้อ..เดี๋ยวข้อยจะเอาข้าวให้กิน..หมาน้อย”
คำแก้วเรียกแล้วก็ไม่เห็นตัว ขณะเดียวกันสายตาที่ซุ่มดูอยู่ ก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้อย่างเงียบกริบ
“คำแก้ว !!”
“บักโทน!! อยู่ๆก็โผล่มา ตกใจหมด”
“ข้อยเห็นเจ้าลงมานานแล้วก็เลยตามมาดู บ่มีไผมาเหรอ”
“ถ้ามีก็เห็นแล้ว”
“ข้อยถามดีๆ..เป็นหยังต้องประชดด้วย”
“ข้อยอารมณ์บ่ดี หมาน้อยข้อยมันหายไปก็บ่ฮู้”
“มันคงไปวิ่งเล่นอยู่แถวนี้ เจอกบเจอเขียดก็เลยเห่าไล่ ดึกแล้วเจ้าขึ้นเรือน ไปนอนพักไป๋ ข้อยจะนอนเฝ้า หน้าเรือนให้”
“นอนเฝ้า? มีหยังเจ้าถึงต้องมานอนเรือนข้อย กลับเรือนเจ้าไปเถอะ”
“ก็นายฮ้อยเพิ่นสั่งมา..เห็นเจ้ามีเรื่องกับบักจันดีอยู่ บ่ไว้ใจมันเวลานายฮ้อยบ่อยู่”
คำแก้วหรี่ตามองสงสัย “อ้ายเคนสั่งเจ้ามาจั่งซี้จริงๆ ?”
โทนหลบตาเพราะโกหก “แม่นแล้ว…เจ้ารีบขึ้นเรือนไปโลด จั่งได๋ข้อยก็ต้องรอฟ้าสางถึงจะ เดินทางได้ เดี๋ยวข้อยนอนแถวนี้หละ..ไปโลด”
คำแก้วพยักหน้ารับ แล้วเดินกลับไปที่เรือน โทนมองตามยิ้มกว้างมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คำแก้ว คำแสนที่ แอบซุ่มอยู่ มองโทนอย่างหงุดหงิดที่มาขัดจังหวะ แต่ไม่ล้มเลิกแผนการแก้แค้นฆ่า คนในบ้านนายฮ้อยเคน
ป่าละเมาะ นายฮ้อยเคนนอนอยู่ข้างเกวียน มองสร้อยคอเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าที่หักครึ่ง เพราะรับลูกปืนช่วยชีวิต ตนเอาไว้ นายฮ้อยเคนสบตากับคำแพงแล้วยอมให้คำแพงพนมมือบูชาก่อนจะสวมผูกคอให้
“ขอบใจเด้อ..อ้ายจะใส่ติดตัวไว้เบิ่งต่างหน้ายามอ้ายคิดฮอดเจ้า”
“ผู้ใด๋บูชาเขี้ยวเสือโปร่งฟ้า..ผู้นั้นฟันแทงบ่เข้า ภูติผีปีศาจบ่กล้าเข้าใกล้”
นายฮ้อยเคนพยักหน้ารับมือกำเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าสบตากับคำแพงแล้วจูบที่หน้าผากเธอเบาๆ
“เจ้ารอข้อยบ่นานดอกคำแพง...อ้ายจะหยุดเฮ็ดบาปเฮ็ดกรรมค้าควายครั้งสุดท้ายแล้ว”
นายฮ้อยเคนกำสร้อยคอแน่นด้วยความคิดถึงคำแพง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา
“จารย์เม้า..มีหยัง ถึงบ่หลับบ่นอน”