บทละครโทรทัศน์ รากนครา ตอน 7 หน้า 10
“มัวไปโอ้เอ้ที่ไหนมา มันน่าหยิกให้เนื้อหลุดนัก ไม่รู้รึไงว่าเจ้าเปิ้นคอย
คำแก้วแทบหายใจไม่ทัน “ไม่ได้โอ้เอ้ที่ไหนเลยน้าเขียนจันทร์”
“ได้มาไหมคำแก้ว” คำแก้วส่งถุงผ้าให้แม้นเมือง แม้นเมืองรับไปด้วยความดีใจราวกับได้ของมีค่ามหาศาล
“ขอบใจมาก ขอบใจเจ้ามากจริง ๆ นี่เป็นความดีความชอบของเจ้าแท้ ๆ เชียวนะคำแก้ว”
คำแก้วยิ้มปลื้มใจ
“เจ้าอย่าไปชมมันนัก ประเดี๋ยวมันจะเหลิง...รู้ตัวเอาไว้ซะด้วยขืนเจ้ามาช้ากว่านี้อดใจเดียว ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่นี่แน่ ไม่ให้ไปขึ้นช้างเชียงพระคำด้วยเด็ดขาด”
“ไม่ให้ขึ้นช้างข้าก็วิ่งตามขบวนไปก็ได้ น้าเขียนจันทร์”
เขียนจันทร์เงื้อง่าจะหยิกคำแก้ว แม้นเมืองพอจะชื่นมืนขึ้นมาบ้าง
ระหว่างทางนอกเมือง ขบวนช้างอย่างน้อย 2 เชือก ตามหลังขบวนม้าและรั้งท้ายด้วยพลแบกหามเดินเท้า หลังจากนั้นเป็นขบวนม้าของหน่อเมือง ศุขวงศ์อยู่ขบวนม้านำขบวนทั้งหมด ขบวนทั้งหมดเคลื่อนผ่านภูมิประเทศสวยงาม ในกูบช้างประทุนกว้าง แม้นเมือง เขียนจันทร์ คำแก้วอยู่ในกูบเดียวกัน เขียนจันทร์เอื้อมมือมากุมแม้นเมืองไว้
“อย่าร้องไห้เจ้า...อย่าให้น้ำตาต้องไหลออกมาเป็นรางร้าย วันนี้เป็นวันมงคลเจ้า ถึงจะต้องจากไปเมืองไกลก็เป็นหน้าที่เป็นภาระที่เจ้านายหลาย ๆ คนต้องแบกรับมาแล้วไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นคนแรกหรือคนเดียว”
แม้นเมืองพยายามทำใจพยักหน้ารับรู้และฝืนข่มใจอย่างยากเย็น
“เชียงพระคำของเจ้าน้อยเป็นยังไงน๊อ”
“นี่...เป็นสาวเป็นนางจะมาทำท่าเพ้อฝันอย่างนี้ได้ยังไง”
“เมื่อเช้าน้าเขียนจันทร์เพิ่งว่าข้าเจ้าเป็นเด็ก ตอนนี้มาว่าเป็นสาวเป็นนางเสียแล้ว...ข้าเจ้าโตเร็วขนดนั้นเชียวเหรอ น้าเขียนจันทร์” เขียนจันทร์หยิกเข้าให้อีก สองคนทะเลาะกันช่วยให้แม้นเมืองไม่รู้สึกว้าเหว่เกินไปนัก
ปางพักกลางทาง บริวารยกหีบผ้าหีบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาบนเรือน ในห้องชั้นใน...เขียนจันทร์ คำแก้ว กำลังปูที่นอนสำหรับแม้นเมือง ศุขวงศ์บนตั่งกว้าง ผ้าห่ม หมอนอย่างละสองที่
“นี่...ของเจ้าของนาย ทำให้มันเรียบร้อยหน่อยคำแก้ว ลนลานเลิ่กลักเหมือนลิงไม่งามเลย”
แม้นเมืองก้าวเข้ามาในห้องนอน
“ก็ข้าเจ้าจะรีบไปคุยกับเปิ้นต่อ”