บทละครโทรทัศน์ รากนครา ตอน 7 หน้า 9
“ไม่รู้ว่าชาตินี้ เราจะมีโอกาสได้กลับมาเห็นแผ่นดินเกิดของเราอีกรึเปล่า”
“เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น เชียงเงินกับเชียงพระคำไม่ได้อยู่ไกลกันขนาดสุดหล้าฟ้าเขียวหรอก เจ้า...เข้าจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมื่อไรก็ได้มาได้ทุกเวลาเจ้า”
แม้นเมืองตัดใจ “คำแก้ว
“เจ้า”
“เจ้าวิ่งได้เร็วขนาดไหน”
“ละอ่อนผู้ชายวิ่งได้เร็วแค่ไหนข้าเจ้าก็ไม่ได้แพ้มันหรอกเจ้า”
ขบวนช้างม้า นอกเมือง เตรียมออกเดินทาง บริวารศุขวงศ์ขนข้าวของขึ้นหลังม้า หีบไม้บางส่วนต้องใช้บริวารแบกหามเดินเท้า ศุขวงศ์เดินตรวจดูความเรียบร้อยก่อนออกเดินทาง หน่อเมืองเดินเข้ามา
“ขากลับเชียงพระคำ ท่านคงไม่เหงาหรอก เพราะขบวนม้าของเราจะรั้งท้ายขบวนท่าน”
“เจ้าอุปราชหน่อเมืองลงทุนตามไปควบคุมด้วยตัวเองถือว่าเป็นเกียรตินัก”
หน่อเมืองหัวเราะ “ควบคุมอะไรกัน เจ้าคิดมากไปเอง เราก็แค่ร่วมเส้นทางเดียวกัน...ส่งเจ้าถึงเชียงพระคำแล้วเราก็แยกไปเชียงใหม่รายการตัวต่อผู้สำเร็จราชการกษัตริย์สยามที่นั่น...ก็เท่านั้น”
“ช่างเป็นความเหมาะเจาะบังเอิญดีแท้”
“ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาให้เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เจ้าศุขวงศ์จะดิ้นรนขัดขืนยังไงก็ไม่มีทางพ้นหรอก...ทำตัวตาม
สบายกลับบ้านอย่างมีความสุขให้สมกับได้ของกำนัลมีค่าติดตัวกลับไปด้วยจะดีกว่า...ถ้าท่านรู้สึกอึดอัดเพราคิด
ว่าถูกควบคุมท่านก็ไม่ต่างจากวัวที่มันสันหลังหวะหรอก” หน่อเมืองหัวเราะ
ศุขวงศ์ทนแต่พยายามกดข่มอารมณ์ไว้ไม่โต้ตอบ
“เราขอตัวไปตรวจความเรียบร้อยของขบวนเราก่อนนะ...น้องเขย”
หน่อเมืองหน้าตาเย้ยเยาะเต็มที่ก่อนเดินจากไป ศุขวงศ์ขุ่นมัวในใจ
เรือนรับรอง แม้นเมืองชะเง้อคอยคำแก้วกลับมา
“เราจะต้องไปกันแล้วนะเจ้า เจ้าน้อยเปิ้นส่งคนมาตามแล้ว”
“รอคำแก้วอีกนิดเถอะนะเขียนจันทร์”
“มันโอ้เอ้เถลไถลอย่างนี้เจ้าไม่น่าไปไว้ใจใน เสียเวลาเปล่าเจ้าน้อยเปิ้นจะตำหนิเอาไว้”
“มาแล้ว...คำแก้วมาโน่นแล้ว”
คำแก้ววิ่งลิ้นห้อยหอบแฮ่กเข้ามาเหมือนเข้าเส้นชัยแข่งขันมาราธอน