บทละครโทรทัศน์ รากนครา ตอน 24 (จบบริบูรณ์) หน้า 20
กลางป่าใหญ่ กองไฟเล็กๆ ใกล้ ซากฟืนที่ไหม้ไฟจนเป็นเถ้าถ่านมากมายจนบอกให้รู้ว่า มีคนปักหลักอยู่ที่นี่มานานพอควรแล้ว...หน่อเมืองที่นั่งพิงโขดหินดูทรุดโทรม ผมเผ้ารุงรัง ดวงตาที่แห้งผากเหมือนไร้แววเพราะเรื่องเลวร้ายที่สุดที่ได้ก่อขึ้นกับมือยังกักขังตัวมันเองอยู่ ภายในใจ
เสียงแม้นเมืองดัง ในห้องทำงานศุขวงศ์ แม้นเมืองนั่งเรียนจดหมายที่โต๊ะรอบตัวมืด มีเพียงแสงสว่างจากตะเกียง “ความเปลี่ยนแปลงนั้นคือสิ่งที่เราจะสามารถยับยั้งมันได้จริงหรือเจ้าพี่ และความใหม่นั้นต้องทำลายศักดิ์ศรีของผู้คนเสมอไปหรือเปล่า...” เห็นด้านหน้าแม้นเมือง
“ข้าเจ้าเปลี่ยนแปลงไป มากมายเกินกว่าจะก้าวถอยหลัง และพันธภาระที่เชียงพระคำนี่ ก็เป็นสิ่งที่ข้าเจ้าต้องรับผิดชอบ ไม่อาจตัดเยื่อใยละทิ้งไปได้เช่นกัน ข้าเจ้าขอรับผิดชอบกับการกระทำทุกอย่างของเจ้า ศุขวงศ์ ขอรับโทษทัณฑ์แทนเขาด้วย ข้าเจ้ารักเขายิ่งนัก รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง ส่วนโทษทัณฑ์ที่ละทิ้งเชียงเงิน ข้าเจ้าก็ขอรับร่วมไว้ในความเดียวกัน” แม้นเมืองยังคงเขียนจดหมาย
“ข้าเจ้าขอไถ่โทษทัณฑ์ทั้งหมดด้วยชีวิตของข้าเจ้าเอง โปรดถือเป็นคำขอร้องของคนตาย ทิ้งทุกอย่างรวมทั้งซากของข้าเจ้าไว้บนภูผาเมือง แล้วอย่าหวนกลับคืนมาอีก ข้าเจ้าขอยอมพ่ายแพ้ให้แก่ชะตากรรม และความเปลี่ยนแปลง รักและเคารพเจ้าพี่เสมอ”
กลางป่าใหญ่ ปากถ้ำ ดวงตาหน่อเมืองแห้งผากไร้แววแห่งชีวิตนั้น น้ำตาหยาดไหลออกมา หน่อเมืองขยับตัวเหมือนหันไปคว้าหยิบบางสิ่งบางอย่าง แล้วเริ่มทำบางอย่างกับตัวเอง เข็มเล่มใหญ่ร้อยด้วยเชือกด้ายเส้นใหญ่ ปลายเข็มจรดลงเหนือริมฝีปาก ตัดกับภาพความสัมพันธ์ระหว่างหน่อเมือง แม้นเมือง เป็นพี่น้องที่รักกันมาก หน่อเมืองยังทำบางสิ่งกับตัวเองอย่างไม่ลดละ มือของหน่อเมืองที่สั่งระริกบอกถึงความเจ็บปวดที่กำลังได้รับ แต่ก็ไม่มีเสียงร้องใดๆ เล็ดลอดออกมาเลย หน่อเมืองเสร็จภารกิจที่ทำค่อยๆ เอนตัวลงนอน
หน้าหน่อเมือง..เห็นรอยเย็บปากและตาทั้งสองข้าง ไม่ทุรนทุราย หน่อเมืองจงใจยอมรับบทลงโทษและบาปกรรมที่ได้ก่อไว้ด้วยน้ำมือของตัวเอง พระอาทิตย์สีแดงดวงหม่นกำลังลับลาขอบฟ้า
ดงชมพูป่า จุดที่สวยที่สุด 20 กว่าปีผ่านไป ภูเขาสีชมพู...งดงามราวสรวงสวรรค์ เพราะแต้มแต่งด้วยต้นชมพูป่าที่ออกดอกสะพรั่ง พวงดอกชมพูป่าสะบัดกลีบตัวเองร่วงลงเพราะแรงลมโชย ชายหนุ่มแต่งตัวอย่างฝรั่งเดินไต่เนินขึ้นมาพร้อมกับมองหา...เห็นศุขวงศ์ยืนยันหลังให้อยู่หน้าเจดีย์เล็กๆ สีขาวโคนต้นชมพูป่าดอกดก ไศลรัตน์เดินเข้ามาหาศุขวงศ์ “เจ้าพ่อ...” ศุขวงศ์ค่อยๆ หันมามองด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าแก้ว”
“ลูกเดาไม่ผิดว่าเจ้าพ่อจะต้องขึ้นมาบนนี้” ศุขวงศ์ยิ้ม หันกลับไปมองเจดีย์นั้น
“เจดีย์นี้เก็บกระดูกของใครกันเจ้าพ่อเขาเป็นญาติของเรารึ..เจ้าพ่อถึงขึ้นมาทุกวัน”
ศุขวงศ์ตัดสินใจ “ลูกไม่เห็นมีชื่อสลักเอาไว้เลย”
“เจดีย์นี้เก็บรักษากระดูกของผู้หญิงคนนึงที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อบ้านเมือง และเพื่อทุกคนด้วยความรัก”
ศุขวงศ์เล่าหลังจากปิดบังลูกมานาน ไศลรัตน์แปลกใจและตั้งใจฟัง ศุขวงศ์เต็มตื้นขึ้นอีกครั้งภาพความทรงจำทั้งหมดยังคงชัดเจนไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร....
ย้อนเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การพบกันครั้งแรกของศุขวงศ์กับแม้นเมือง