บทละครโทรทัศน์ ตะวันตัดบูรพา ตอนที่ 13 หน้า 12
“ได้ยินว่าเย็นนี้ป๋าเค้าจะพาลุงเคี้ยงมาเลี้ยงฉลองรับอิสระภาพที่นี่ ไม่รู้ว่าจะคุยกันเรื่องเอ็งด้วยรึเปล่า ถ้าไงๆข้าจะลองแย็บๆถามดู เอ็งไม่ต้องห่วงนะ” จ๊อดบอก บูรพาพยักหน้าหงึกๆ ไม่ว่าอะไร พอดีโจผลักประตูเข้ามามองหา จ๊อดเห็นเข้าก็สะกิดบอกบูรพา “เฮ้ย นั่นไงแม่พระของเอ็ง ถ้าไม่ได้ยายน้องโจนี่ช่วยไว้ป่านนี้เอ็งคงม้วยไปแล้ว”
โจเดินมายืนค้ำโต๊ะ บูรพายืนขึ้นต้อนรับ “เธอชื่อโจใช่มั้ย เรื่องเมื่อวานฉันขอบใจมากนะที่….”
โจคว้าจานข้าวสาดใส่หน้าบูรพาจนเขรอะ “มึงควรจะไปขอบใจพี่มึงไอ้บูรพา ถ้ามึงจำไม่ได้ว่าคนไหน กูจะบอกให้..ไอ้ตำรวจคนที่แขนยังค่อกๆ เพราะถูกมึงยิงไง ตอนนี้ต้องไปยืนโบกรถที่ด่านตรวจโน่น เมื่อวันก่อนยังได้ลงหนังสือพิมพ์ว่าเป็นยอดมือปราบอยู่เลย ไอ้ชั่ว ! กูไม่เข้าใจเลยทำไมใครๆก็ต้องมาเสียสละเพื่อมึงด้วย แม้แต่กูก็ดันเสือกไปช่วยมึง กูไม่น่าช่วยมึงเลย…..รู้มั้ย”
โจเดินกลับออกไป ทิ้งให้จ๊อดยืนงงเป็นไก่ตาแตกในขณะที่บูรพารู้สึกผิดอยู่เงียบๆ
ตะวันฉายเดินกลับมาถึงบ้าน พอมาถึงก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนดังมาจากข้างใน จึงรู้สึกประหลาดใจ ตะวันฉายเข้ามาในบ้านเห็นพ่อกำลังนั่งคุยอยู่บูรพา
“เจ้าฉาย ไอ้บูรพาเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดแน่ะ ซื้อของเยี่ยมมาเยอะแยะเลย” จ่าเวศหันไปบอกกับบูรพา “บูรพาทักพี่เค้าหน่อยสิลูก”
บูรพามองตะวันฉายเงียบๆ ตะวันฉายเป็นฝ่ายทักแทน “แกสบายดีเหรอ” บูรพาพยักหน้า
“บูรพาวันนี้อย่ารีบกลับนะ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน ไม่รู้ยังไงพักนี้ตาซ้ายตาขวาเขม่นให้มั่วไปหมด”
บูรพาแซว “พ่อตาเขม่นทีไรตักบาตรทำบุญทุกที”
จ่าเวศหัวเราะ “เออ จะบอกอยู่นี่แหละว่ากับข้าวเหลือเต็มบ้าน”
จ่าเวศท่าทางมีวามสุข ตะวันฉายนึกแปลกใจที่จู่ๆบูรพายอมมาบ้าน
บูรพากำลังเสิร์ฟอาหารให้พ่อ
“ต้องให้พ่อช่วยรึเปล่า”
“พ่อนั่งเฉยๆเถอะครับ เดี๋ยวผมกับพี่ฉายจัดการเอง” บูรพาเดินกลับมาในครัวเห็นตะวันฉายกำลังอุ่นอาหาร ทั้งคู่เหลือบมองหน้ากันก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตน
บูรพาเกริ่น “ได้ยินว่าแกถูกย้ายไปช่วยงานท้องที่ ฉันกลัวพ่อต้องอยู่บ้านคนเดียวก็เลยมาเยี่ยม”
“แกก็กำลังมีปัญหาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ไม่หนักเท่าแกก็แล้วกัน”
“อย่าให้พ่อเดือดร้อน พ่อลำบากมาพอแล้ว ฉันห่วงแค่นั้น”
“ถ้าแกห่วงพ่อแกคงไม่หาเรื่องจนโดนย้ายแบบนี้”
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ตะวันฉายเอ่ยขึ้นมาก่อน “วันนั้นทำไมเขาไม่ยิงชั้น ทำไมเขาช่วยชั้น”
“คงอยากให้ทรมานต่อไปมั๊ง...”