บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญ ตอนจบ หน้า 15
6 มีนาคม 2557 ( 14:04 )
1.2M
พิมพ์ดาวนอนเอนบนโซฟา ตฤณกำลังพูดเนิบๆ แต่มีน้ำหนักสะกดจิต พิมพ์เดือนดูอย่างตื่นเต้น
พิมพ์ดาวมอง เครื่องมือสะกดจิตเริ่มพร่าเลือน
ครูบาสรีนั่งอยู่บนอาสนะ ดารารายดูอายุมากขึ้นเล็กน้อยนั่งอยู่ตรงข้าม ตรงกลางระหว่างทั้งสองมีเชิงเทียนยาว 2 เชิง จุดเทียนไว้นับเล่มแพรวพราว ครูบาสรีและดารารายหลับตาอยู่ ทั้งคู่ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาเจิดจ้าดูเปี่ยมสมาธิ ครูบาสรีพลันยกมือขึ้นแผ่พลังไป เปลวเทียนตรงหน้าครูบาสรีพลันเอนลงแล้วพุ่งไปเป็นลำแสงเทียนนับสิบเส้น พุ่งเข้าหาดาราราย ดารารายยิ้มแล้วยกสองนิ้วดีดนิ้วโต้ แสงเทียนตรงหน้าพลันเอนลงแล้วพุ่งเข้าปะทะลำแสงของครูบาสรี เกิดเป็นแสงจ้า แล้วเทียนทั้งหมดก็ดับวูบควันเทียนฟุ้งตลบ หอมหวนไปทั่ว ดารารายหัวเราะคิกที่แท้แม้เวลาผ่านไปร่วมสิบปี แต่เมื่ออยู่กับท่านตา ดารารายก็เป็นเจ้านางน้อยเช่นเดิม
“ท่านตา วิชานี้สนุกนัก”
“เหลวไหล นี่มิใช่เรื่องเล่น จงฝึกฝนให้ชำนาญ เอาใหม่”
ครูบาสรีดีดนิ้วเทียนบนเชิงเทียนตรงหน้าพลันปะทุใหม่ ดารารายอ่อนใจดีดนิ้วบ้าง เทียนตรงหน้าตนเองก็ปะทุติดบ้าง
“ท่านจะเคี่ยวกรำข้าไปทำไมนักหนา”
ครูบาสรีมองดวงตานั้นล่วงรู้ลึกซึ้ง
“เพราะเจ้าจักต้องรับภาระจัดการกับอริศัตรูแห่งเวียงแก้ว”
“หลังจากกบฏเจ้าราชบุตร เวียงแก้วสร้างผู้กล้าไว้มากมาย ไยต้องเดือดร้อนถึงมือข้า”
ครูบาสรียิ้มแล้วพูดช้าชัด
“เพราะเหตุการณ์นั้นมิได้เกิดขึ้นในวันนี้วันพรุ่ง แต่จะเกิดขึ้นเมื่อร่วมสองร้อยปีข้างหน้า”
ดารารายอ้าปากค้าง “สองร้อยปีข้างหน้า ตอนนั้นข้าไม่เป็นนางฟ้าอยู่เมืองบนแล้วหรือ ท่านตา”
“ไม่ดอก แต่เจ้าจักเกิดมาเพื่อจัดการปัญหานั้น”
“เมื่อเกิดใหม่ ข้าย่อมเป็นคนใหม่ จักจดจำวิชาที่ท่านสอนข้าตั้งแต่ชาตินี้ได้อย่างไร”
“เจ้าก็ต้องฝึกฝนจนมันอยู่ในดวงจิตของเจ้า...เพียงแต่มีผู้กระตุ้นเจ้าจักจำทุกอย่างได้ รับไว้”
ขาดคำครูบาสรีซัดพับกระดาษสาหนาหนักเข้าใส่ ดารารายจะรับไว้แต่พลังแรงกล้าจนต้องหมุนกายกลางอากาศหลายตลบจึงลดทอนแรงได้ ดารารายลอยตัวลงยืนแผ่วเบามองดูคัมภีร์ในมือ
พิมพ์ดาวถือคัมภีร์ไว้ในมือ ยืนอยู่ใกล้ผนังกระจกมองออกไปไกลยังทิศทางคุ้มร้าง พิมพ์ดาวดวงตาวาววับ “เจ้าพี่...ข้าพร้อมจะพบหน้าท่านแล้ว”