บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 6 หน้า 2

บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 6 หน้า 2
3 ก.พ. 57
1.2M
คุ้มนางครวญตอน 6
8 หน้า

ช่วงพักครึ่งของการซ้อมอ่านบท พิมพ์ดาวยืนชงกาแฟที่โต๊ะชงกาแฟ ตรีภพ ฐาปกรณ์ ตามมา
ชงกาแฟด้วย

พิมพ์ดาวมองบทในมือ มีสีหน้าครุ่นคิด ตรีภพมองดู

“มีอะไรหรือคุณ”

“คะ?”

“ผมรู้สึกเหมือนคุณมีอะไรอยู่ในใจ”

พิมพ์ดาวนิ่ง ฐาปกรณ์มอง “พูดมาเถอะหนูพิมพ์”

“พิมพ์ไม่ได้เรื่องมากนะคะ แต่พิมพ์ว่าบทดารารายดูแปลกๆ”

“ยังไงล่ะหนู”

“พิมพ์ว่าบทดารารายน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ค่ะ เช่น ความสัมพันธ์กับพี่สาว หรือกับตัวหลวงเทพ”

“กลัวบทน้อยหรือคุณ” ตรีภพมองขำๆ พิมพ์ดาวมีสีหน้าจริงจัง 

“ไม่ใช่นะ ฉันแค่”


มีเสียงกรี๊ดดังขึ้น ทุกคนตกใจ หันขวับไปมองมาลาริน

“มีอะไรหรือหนูลินซี่” สุชาดาเป็นห่วง

“ลินซี่กลัวน่ะค่ะ นี่ลินซี่ต้องเล่นกับตัวประหลาดตัวนี้ด้วยเหรอคะ”

“ตัวอะไรหรือคะ ลูกขา” บีบีอยากรู้


ร่างกำยำเปลือยท่อนบนนั้นมีผมกระเซิง มีขนลามทั้งอก ไหล่ และแนวสันหลัง ดวงตาสีเหลืองลุกเรือง
โหนกแก้มลั้งขึ้นเป็นสันกระดูก ปากแสยะเห็นเขี้ยว มันยืนโยกตัวคล้ายงูชูคอ มีเลือดหยดจากเขี้ยวเป็นระยะ


นางผัน นางเผื่อน ยืนกอดกันตัวสั่น ก้มลงดู เห็นว่าขาของตัวประหลาดนั้นมีขาเดียว สองนางตะกายลุกวิ่งหนี 
ผีขาเดียวมองตามแล้วดีดตัวขึ้น ร่างมันข้ามหัวสองนาง โดดลงตรงหน้า นางผัน นางเผื่อนชะงัก ผีขาเดียว
กระโดดหันขวับมา กางมือออก ผีขาเดียวทำอาการคล้ายขย้อน พ่นควันออกจากปาก ควันนั้นเข้าปะทะหน้า
นางผัน นางเผื่อน ล้มตึงลง นอนเหยียด ขยับกายไม่ได้ แต่ตาลืม ยังรู้สึกตัว ลิ้นแข็งร้องอืออา ไม่สามารถ
ออกเสียงได้


ผีขาเดียวกระโดดอีกพรวดหนึ่งลงตรงหน้าสองนางแล้วเลิกซิ่นนางผันขึ้น เตรียมเจาะเขี้ยวที่เส้นเลือดใหญ่
โคนขา นางผันตาเหลือกลนลาน ผีขาเดียวแสยะเขี้ยวจะฝังลง ทันใดมีแสงจ้าวาบขึ้น ผีขาเดียวกระเด็นหวือไป กระแทกกับพื้นหิน นางผัน นางเผื่อนเห็นยอดหล้าก้าวมายืนอย่างมั่นคง ผีขาเดียวพลันตะกายลุก ดวงตาลุก
โพลงโกรธเกรี้ยว ยอดหล้ามองดูมัน ใจยังหวาดหวั่น ลังเล

“ไป เจ้าผีชั่ว”

ผีขาเดียวคำราม แล้วกระโดดพรวดเดียวก็ลอยคว้างมาตรงหน้ายอดหล้า 

ได้ยินเสียงเถรกระอำเตือนสติ “สำรวมจิตเจ้าให้เป็นหนึ่ง”


ยอดหล้าจิกหัวแม่เท้ากับพื้นหิน หลับตาลง ผีขาเดียวยังคงลอยคว้างอยู่ กรงเล็บยื่นมาช้าๆ ยอดหล้าพลัน
ลืมตาขึ้น ดวงตานั้นเปี่ยมอำนาจพลังจิต กรงเล็บและเขี้ยวผีขาเดียวแตกหักกระจายออก ร่างมันลอยหวือ
ไปกระแทกโขดหินใหญ่ รูดลงกับพื้น นางผัน นางเผื่อนขยับตัวได้ ลุกขึ้นดูอย่างไม่เชื่อสายตา

ยอดหล้าก้าวไป ผีขาเดียวดิ้นรนตะกายลุก เลือดสีเขียวไหลจากหู ตา จมูก ยิ่งดูน่าขยะแขยง

“เจ้าจะไปหรือไม่” ผีขาเดียวก้มหน้ายอมแพ้


ยอดหล้าหันมาดูนางผันนางเผื่อน ผีขาเดียวฉวยโอกาส ลอยตัวขึ้น พุ่งใส่ยอดหล้า นางผัน นางเผื่อน
ร้องกรี๊ด ยอดหล้าหันขวับไปมองด้วยดวงตาเจิดจ้า เหี้ยมโหด ร่างผีขาเดียวลอยคว้างกลางอากาศ
มันผงะ ผิวหนังปริตลอดร่าง ยอดหล้ายิ้มเหี้ยมเกรียม ผีขาเดียว ร่างพลันระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
บนโขดหินใหญ่ เถรกระอำยืนมองอย่างพอใจ “ข้าคิดไม่ผิด ที่ถ่ายทอดอาคมให้เจ้า”

ยอดหล้ายิ้ม เถรกระอำขยับตัว วูบเดียวก็มายืนต่อหน้ายอดหล้า นางผัน นางเผื่อนอ้าปากค้าง

“ข้ายังอ่อนหัดนักเจ้า”

“รู้หรือไม่ว่าเจ้ามีสมาธิบารมีสั่งสมมาแต่ปางก่อน เจ้าจึงเรียนรู้ได้ง่ายดายเพียงนี้ สิ่งที่ข้าฝึกเป็นปี

เจ้าทำได้ในเดือนเดียว”

ยอดหล้ายิ้ม พนมมือ เถรกระอำ ดวงตามีแววชื่นชม

“หากเจ้าได้ฝึกฝนต่อไป แม้แต่ข้าเองก็ต่อกรเจ้าไม่ได้”

“ท่านอาจารย์มีบุญบารมี ไม่มีผู้ใดมีชัยต่อท่านได้ดอก”

นางผัน นางเผื่อน ลุกขึ้นพนมมือ มองดูเถรกระอำ ทั้งเลื่อมใสและหลงใหล


ยอดหล้าเห็นสภาพศพที่โดนผีขาเดียวดูดเลือดจนตาย ก็ให้สังเวชใจ

“ท่านอาจารย์ ผีขาเดียวนี้มาจากที่ใด”

“ครูบาสรีปลุกพวกมันขึ้นมา เลี้ยงมันเป็นข้ารับใช้”

“ข้า ข้าต้องบอกเจ้าพ่อให้กำราบครูบาทุศีลผู้นี้เจ้า” 

“อย่าเพิ่ง ยังไม่ต้อง ตอนนี้เจ้ามีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องกระทำ”

“สิ่งสำคัญกว่า อันใดเจ้า”

“เมืองใต้ใกล้มีงานพิธี เจ้าพ่อเจ้า ต้องลงไปถวายบรรณาการ เจ้ายังต้องให้ข้าบอกอีกหรือไม่ ว่าสิ่งสำคัญ
ใด

ที่เจ้าต้องกระทำ”

“ถึงเวลาแล้วใช่ไหมเจ้า”

ยอดหล้าดีใจ เบิกตากว้าง เถรกระอำยิ้ม “ถึงเวลาแล้ว”


เถรกระอำบอกให้ยอดหล้ารู้ว่าล่วงหน้าว่า เมื่อเดินทางไปถึง พ่อเจ้ากับเจ้ายอดหล้าจะได้ไปพักในเรือน
รับรองของพระยาพิชิตชัย ยอดหล้าต้องระวังให้ดี เพราะดารารายได้ใช้ว่านอาคมของครูบาสรี กล่อมจิต
คนทั้งบ้านให้เป็นพวก โดยเอาแท่งว่านยาลูบไล้ตามเนื้อตัว ก่อนจะบิหักว่าน สลายเป็นผงสีดำโปรยลงใน
อาหาร


ในวันที่เดินทางไปถึง พระยาพิชิตชัย และคนสนิท พาเจ้าแสงอินทร์ ยอดหล้า ขึ้นจากเรือ เห็นคุณหญิงอำภา
ผู้เป็นมารดาของหลวงเทพซึ่งมีใบหน้าเหมือนจันทรา และคุณเพ็งซึ่งมีใบหน้าเหมือนพิมพ์เดือนรออยู่ 


เวลานั้น เถรกระอำยืนบนยอดผาน้ำตก โอมอ่านอาคม เหนือขึ้นไป เมฆฝน พยับโพยม ฟ้าแลบแปลบปลาบ
ลมพัดจนผ้าคลุมขาวปลิวไสว เถรกระอำลืมตา ยิ้มอย่างการุณย์


หลวงเทพซึ่งกำลังจะเข้าวัง เดินออกมาที่ชานเรือนพร้อมดาราราย นางทิพย์ นางทิม เกิดแสงจ้าวูบหนึ่ง
หลวงเทพเซซวน หน้ามืดล้ม ดารารายประคองไว้ ร้องกรีดตกใจ 


8 หน้า