บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 6 หน้า 3

บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 6 หน้า 3
3 ก.พ. 57
1.2M
คุ้มนางครวญตอน 6
8 หน้า

คืนนั้น ยอดหล้าแต่งชุดดำกลืนกับความมืด มีผ้าคลุมไหล่สีเข้มตวัดคลุมศีรษะ ในมือยอดหล้ามีผอบโลหะ 
มีรอยจารึกดูเข้มขลัง ยอดหล้าก้าวลัดเลาะไปตามเสาเรือน เมื่อผ่านกลุ่มบ่าวไพร่ ยอดหล้าก็สำรวมจิตแล้ว
เป่าไป กลุ่มบ่าวไพร่เดินผ่านยอดหล้าไปโดยไม่เห็น จนถึงที่หมาย ยอดหล้าวางผอบลงในหลุมลึกราว 1 ศอก
กลบดินแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างพอใจ ได้ยินเสียงของเถรกระอำกล่าว “อาถรรพ์ของครูบาสรีจักต่อต้าน หลวงเทพ
จักล้มป่วยลง เมื่อตกดึก เจ้าจงนำผอบมังคลานี้ ไปฝังลงในดินใจกลางหมู่เรือน อาถรรพ์ของครูบาสรีจัก
จางลง หลวงเทพจักพื้นคืนจากเสน่ห์ยาแฝดของน้องเจ้า”


หลวงเทพนอนอยู่บนเตียงไม้ ดารารายนอนอยู่เคียงข้าง หลวงเทพใบหน้าดูเครียดคล้ำ ปากซีด มีลมวูบหนึ่ง
พัดมาจนมุ้งผ้าโปร่งปลิวไสว ใบหน้าหลวงเทพกลายเป็นสดใสอิ่มเอิบ หลวงเทพลืมตาขึ้น แล้วยันกายขึ้น 
มองดูรอบๆห้อง มองดูดาราราย มีอาการสับสนงุนงง คล้ายเพิ่งตื่นจากความฝัน ดารารายลืมตา ลุกขึ้นมา
แตะแขน

“พี่เทพ เป็นยังไงบ้างเจ้า”

“ปล่อย! พี่ร้อน ออกไปห่างๆข้า”

ดารารายแปลกใจ หลวงเทพฮึดฮัดขัดใจ


ยอดหล้านั่งอยู่หน้าคันฉ่อง หยิบขวดน้ำปรุงเทใส่มือ แตะแต้มตามเนื้อตัว ได้ยินเสียงเถรกระอำสั่งความ  

“ในคืนกาฬปักษ์ ข้าจะปรุงยาวิเศษ อันจักล้างอาคมแลอาถรรพ์ในตัวหลวงเทพให้หมดสิ้น”


หลวงเทพนอนอยู่บนเตียง ดารารายนอนเคียงข้าง หลวงเทพเริ่มกระสับกระส่าย


ที่ยอดผาอันหนาวเหน็บ มีที่ราบกว้าง มีต้นสนขึ้นอยู่ตามลำพังต้นหนึ่ง เถรกระอำก้าวมายืน แล้วโอมอ่าน
มหาเวทย์บนท้องฟ้ามืดมิด เกิดมีเมฆดำเคลื่อนปั่นป่วน เสียงบริกรรมคาถา เสียงฟ้าคำรณระคนกัน ฟังดู
เปี่ยมพลังอำนาจ เถรกระอำ แบมือออก ในมือมียาเม็ดสีเขียวเม็ดหนึ่ง แล้วกำมือไว้ โบกมืออีกมือหนึ่ง
ร่ายมนต์ ดวงตาเจิดจ้า

ทันใด ต้นสนใหญ่ก็สั่นไหว ยอดสนโน้มยอดลงจนลงมาดึงเบื้องหน้าเถรกระอำ

เถรกระอำยิ้มสุขุม วางเม็ดยาบนยอดสน ต้นสนนั้นพลันดีดยอดคืนขึ้นไป ยอดสนตวัดพายาวิเศษลอยไป
ในอากาศ


ที่ห้องนอนหลวงเทพ วัตถุสีเขียวพุ่งมาตกลงในเหยือกน้ำข้างเตียง น้ำในเหยือกแก้วพลันกลายเป็นสีเขียว
เรืองจ้าไปทั้งห้อง แล้วจางลง หลวงเทพผวาตื่น ลุกขึ้นนั่งห้อยเท้า มองดูเหยือกน้ำ น้ำนั้นใสบริสุทธิ์ แต่
คล้ายมีสีเขียวเรืองๆ จางๆ ทาบทับอยู่ หลวงเทพรินน้ำดื่ม แล้วตัวชาวาบ ดวงตามีสีเขียววูบหนึ่ง หลวงเทพ
ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ทิ้งดารารายไว้เพียงผู้เดียว


ที่หน้าคันฉ่อง ยอดหล้าเกล้าผมขึ้นปักดอกไม้ขาว ทิ้งปลายผมลงเคลียบ่า ไม่สวมเครื่องคำใดๆ มีเพียงผ้า
คาดอกกับซิ่นงาม ลมยามดึกพัดมาโลมกาย ม่านบางและมุ้งไหวไปมา ยอดหล้าหันไปที่ประตู ที่หน้าประตู
นางผัน นางเผื่อนหมอบอยู่ ยอดหล้าพยักหน้าให้สองนางข้าไทเปิดประตู หลวงเทพยืนอยู่ ดวงตาวาววาม
ด้วยความรัก


ยอดหล้าสบตาหลวงเทพ แล้วหันกลับไปหาคันฉ่อง พลางหวีปลายผม หลวงเทพก้าวมาหาช้าๆ นางผัน
นางเผื่อนคิกคัก คลานออกไป ปิดประตูลง 

หลวงเทพนั่งลงข้างหลังยอดหล้า สบตากับยอดหล้าในกระจก แล้วจับปอยผมขึ้นมาแตะจมูก

“เจ้านาง คืนนี้ท่านงามเหลือเกิน”

“พี่เทพเคยบอกข้าเจ้าแล้วเจ้า”

“พี่อยู่ใกล้ เหมือนอยู่กลางสวนดอกไม้”

“นั่นพี่ก็เคยบอกข้าเจ้าแล้ว”

หลวงเทพจับไหล่ยอดหล้าให้หันมา สบตาล้ำลึก

“จงบอกสิ่งที่ไม่เคยบอกข้าเจ้าบ้างเถิดเจ้า”

“พี่ผิดเหลือเกินที่ทอดทิ้งเจ้านาง”

“นั่นมิใช่ความผิดพี่หรอกเจ้า”

“เจ้านาง เจ้าคือดวงจันทราส่องสว่างกลางใจพี่”

“พี่เทพก็คือดวงตะวันแห่งชีวิตข้าเจ้า”

“เจ้านาง พี่รักเจ้าเหลือเกิน”

“ข้ารู้แล้วเจ้า ข้ารู้”


หลวงเทพประคองใบหน้ายอดหล้า จูบดูดดื่ม ซุกไซ้ซอกคอ ยอดหล้าแหงนเงย หลวงเทพอุ้มยอดหล้า
ตวัดขึ้น พาไปที่เตียงนอน ดอกไม้ขาวร่วงลงบนพื้นเรือน


8 หน้า