บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 8 หน้า 3

บทละครโทรทัศน์ คุ้มนางครวญตอน 8 หน้า 3
3 ก.พ. 57
1.2M
คุ้มนางครวญตอน 8
5 หน้า

 


คุ้มร้างในเวลากลางคืน ดวงจันทร์เคลื่อนจากเมฆ ทอแสงแจ่มกระจ่างบนฟ้า ที่บริเวณเติ๋นยกพื้น ยอดหล้านั่งอยู่

บนตั่ง นางผัน นางเผื่อน หมอบอยู่กับพื้น ร่างของทั้งสามเป็นเงาเลือนราง ท่ามกลางความเก่าแก่ผุพัง แก้วยืน

อยู่ห่างออกมา ในมือถือตะเกียงแบต

“เจ้านาง เจ้านางครับ”

ยอดหล้าลืมตาขึ้น

“เจ้าตรี เอ้อ หลวงเทพใกล้จะมาถึงแล้ว”

ยอดหล้าคลี่ยิ้ม “ข้ารู้แล้ว”

 

 

ยอดหล้าดวงหน้าใสกระจ่างลุกขึ้นกรายตัว ท่าทางกลายเป็นเจ้านางน้อยวัย 18 อีกครั้ง ตรงใดที่ยอดหล้าเยื่องกราย

ไป ก็กลับมลังเมลืองเป็นสีทอง เพียงครู่เดียวคุ้มร้างผุพังก็กลายเป็นคุ้มน้อยอันงดงามตระการ ยอดหล้าและนางผัน

นางเผื่อน กลายเป็นร่างสมบูรณ์คล้ายมีเลือดเนื้อ ยอดหล้าก้าวมาที่ขันสาคร โบกมือ น้ำในขันกระเพื่อมแล้วกลายเป็น

ภาพรถจากสนามบินแล่นเข้ามาสู่บริเวณคุ้มใหญ่ ยอดหล้ายิ้มสมใจ นางผัน นางเผื่อน คลานเข่ามาชูคอ

“เจ้านาง ผม” 

ยอดหล้าโบกมือไล่

“ไป เจ้าไปได้แล้ว ดูแลต้อนรับพี่เทพของข้าให้ดี”

แก้วสะอึก น้อยใจนิดหนึ่ง แล้วก้มศีรษะ ถือไฟฉายใหญ่เดินกลับไป ยอดหล้าทรุดลงนั่งเอนบนตั่ง มองดูน้ำในขันใหญ่

อย่างใจจดใจจ่อ

 

ยอดหล้าเฝ้ามองภาพจากใจขันสาคร จนเห็นตรีภพลงจากรถที่หน้าคุ้มหลวง ยอดหล้ายิ้ม ดวงตาเปี่ยมรัก น้ำตาเอ่อขึ้น

ตรีภพหันกลับไปที่รถตู้

 

“อ้าวคุณ ตื่นๆ”

“บ้า ฉันไม่ได้หลับย่ะ” 

พิมพ์ดาวเปิดกระเป๋าหยิบสร้อยเขี้ยวเสือไฟมาสวมคอ แล้วก้าวลงมา ทำให้ยอดหล้าไม่สามารถเห็นหน้าพิมพ์ดาวจาก

ขันน้ำได้

“พี่เทพ พี่เทพของข้า” 

“ยังหล่อเหลาเหมือนแดนอินทร์เจ้า” นังเผื่อนว่า

“ใครว่า รูปงามกว่าเดิมอีก” นังผันอวย

ยอดหล้ายิ้ม ผลัก 2 นางข้าไทหัวซุนไป

 

ที่รถตู้ บีบีชะโงกดู มาลารินชุดคับติ้ว ขยับออกมาอย่างลำบาก

“คุณตรีขา ช่วยลินซี่หน่อยค่ะ”

“เร็วซีคะ ช่วยคุณลินหน่อย” พิมพ์ดาวส่งเสริม

ตรีภพเข้าไปช่วยประคองมาลารินลงจากรถ บรรดาผู้มารอรับฮือฮา ร้อง พระเอก นางเอก รองเท้าส้นเข็มจมดิน มาลาริน

เซเกาะตรีภพไว้ อกเบียดแขนตามเคย ยอดหล้าเห็นแล้วชะงัก ดวงตาวาว

“ว้าย นังวอก” นางผันอุทาน

“นังนี่มารยาสาไถยเจ้า เจ้านาง” นางเผื่อนไม่พอใจแทนนาย

“ผู้ใดถามเจ้า” ยอดหล้าตาวาว มองมาลาริน

 

จากนั้นทีมนักแสดงก็ทยอยกันลงจากรถ เข้าไปในคุ้ม ตรีภพก้าวมาหาพิมพ์ดาวที่มองดูคุ้มด้วยความรู้สึกวูบวาบ รำพึง

แผ่วเบา

“คุ้มหลวง.. คุ้มหลวงหอคำแห่งเวียงแก้ว”

“แปลกจัง เหมือนผมเคยเห็นคุ้มนี้มาก่อน ไม่ใช่ เหมือนผมเคยมาที่นี่มาก่อนต่างหาก”

พิมพ์ดาวมองตรีภพ ไม่กล้าพูดว่า ตนเองก็รู้สึกเช่นนั้น

 

ในขันน้ำ ยอดหล้ามองเห็นตรีภพยืนมองคุ้มอยู่คนเดียว ทันใด มาลารินก็ถลามาเกาะแขนตรีภพ

“เข้าข้างในกันเถอะค่ะ”

ยอดหล้าอารมณ์เสีย โบกมือ น้ำนั้นกระเพื่อมขึ้นลง ภาพหายวับไป

“นังดารารายก็ยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ยังมีนังแพศยานี่ มาจากไหนกันอีก”

 

คณะที่มาถึงถูกเชิญเข้ามาในคุ้ม มาลารินทำหวาน ไหว้ฝากเนื้อฝากตัวกับ สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน

มาลารินเข้าไปกอดมีมี่ มูมู่ จูบแก้มซ้ายขวา

“พี่มีมี่ มูมู่ เป็นยังไงบ้างคะ”

“อุ๊ย คุณน้องขา หัวเกือบโกร๋นน่ะค่ะ” มีมี่ว่า

“ของเขาแรงจริงๆ” มูมู่เห็นพ้อง

ตรีภพ พิมพ์ดาว บีบี แพท มองเป็นตาเดียว สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน มองหน้ากัน

“ว้าย หมายความว่ายังไง มีผีเหรอ” บีบีตกใจ

“ว้าย ผีเหรอคะ” แพทกลัว

สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน อึกอัก ฐาปกรณ์นั่งอยู่กับดาราอาวุโสตาเขียว ทุบโต๊ะเปรี้ยง

“อีมี่ อีมู่ อย่าเพ้อเจ้อ”

“พี่มีมี่ พี่มูมู่ ตกลงหมายความว่ายังไงคะ” มาลารินซัก

มีมี่ มูมู่ คิดคำตอแหลปราดๆ

“พี่ไปลองแชมพูพื้นเมืองสูตรมะเกี๋ยงค่ะ ของมันแรง” มีมี่ไหล

“ใช้แล้วผมร่วง หัวเกือบโกร๋นค่ะ” มูมู่ตามน้ำ

“โถ คิดว่าอะไร” มาลารินโล่งอก

“ต๊าย ฉันก็คิดว่าเจอผี” บีบีผิดคาด

สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน มองมีมี่ มูมู่ อย่างชื่นชม

ระรินกระซิบ “ต๊าย ตอแหลขั้นเทพ”

พิมพ์ดาวแน่ใจว่ามีอะไร เอามือลูบสร้อยเขี้ยวเสือไฟโดยไม่รู้ตัว

“ไอ้แก้วล่ะครับ” ตรีภพถาม สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน มองหน้า

“เอ้อ ขอโทษครับ ผมเรียกกันมาจนติดปาก”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ยังไงฉันก็เป็นไอ้แก้วคนเดิมอยู่”

ทุกคนหันไป เห็นแก้วก้าวเข้ามา ปากยิ้มแย้ม แต่กลับดูเย็นช ตรีภพก้าวเข้าไปกอด

“ไอ้แก้ว คิดถึงว่ะ” แก้วสะอึก อึ้งเล็กน้อย แล้วกอดตอบ

“เหมือนกัน”

แก้วผละออก หันไปมองดูคนอื่นๆ 

“สวัสดีครับ คุ้มเวียงแก้วยินดีต้อนรับ”

 

มาลาริน บีบี แพท พิมพ์ดาว มองดูแก้วอย่างสนใจ ยกมือไหว้ รวมทั้งบรรดาดาราอาวุโสก็ไหว้ แต่แก้วแค่ก้มหัวให้

ปากยิ้มเรื่อยๆ บรรดาผู้ใหญ่อึ้งกัน ตรีภพเองก็อึ้งกับท่าทีแก้ว แก้วหันไปหาฐาปกรณ์

“ผมว่าเชิญทุกคนขึ้นห้องพักก่อนดีกว่า อีกชั่วโมงนึงขอเชิญที่ศาลากลางสวนครับ”

แก้วหันไปหาตรีภพ

“ฉันจะพาแกไปห้องเอง”

 

 

 

ที่ห้องพัก ตรีภพมองออกไปนอกระเบียง เห็นแนวต้นไม้มืดทะมึนเบื้องนอก แล้วหันมา แก้วยืนมองอยู่ 

“คุ้มนี้ยิ่งกว่าที่ฉันนึกภาพเอาไว้อีก ตอนที่แกบอกว่ามีมรดกพันล้าน ฉันคิดว่าแกพูดเล่น แต่นี่ฉันว่าเกินพันล้านว่ะ”

แก้วยิ้มขรึมๆ “ฉันยังไม่รู้เลยว่า ทรัพย์สมบัติของเชื้อวงศ์เวียงแก้วมีเท่าไรกันแน่”

“โชคชะตานี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ”

“แต่ก่อนฉันเป็นยาจก”

“แต่ตอนนี้นายเป็นเจ้าชายไปแล้ว โชคชะตาฟ้าลิขิตจริงๆ”

แก้วเมินมองไปเห็นคุ้มหอสูงของคุ้มร้างโผล่พ้นแนวไม้

“ไม่ใช่ฟ้าลิขิตหรอก แต่เป็นอย่างอื่น”

ตรีภพมอง แต่ไม่ได้ถามว่าอย่างอื่นคืออะไร

“บางที.. ฉันอยากเป็นไอ้แก้วคนเก่ามากกว่า”

“อ้าว ไหงงั้น ทำไมวะ”

แก้วมองตรีภพ มีแววสับสนบางอย่าง แล้วยิ้มพูดเล่นกลบเกลื่อน

“แกก็รู้”

“รู้อะไร”

“รู้ว่าอำนาจอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ด้วย”

“โถ ไอ้สไปดี้”

ตรีภพหัวเราะตบไหล่แก้ว แล้วหันไปรื้อของจากกระเป๋าเดินทาง แก้วยืนมองมีแววขมขื่น

 

พิมพ์ดาวใส่เสื้อคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำ เห็นแพทใส่ชุดไทยเหนือ แต่โชว์เนินอก เปิดพุง

“อะไรกันคะนี่”

“ก็คุณแก้ว บอกจะเลี้ยงขันโตก แพทก็แต่งตัวให้เกียรติเจ้าภาพไงคะ”

“จริงเหรอ ว้า พี่ไม่มีชุดแบบนี้ซักชุดนึง”

“ยืมของแพทไหมคะ แพทมีสไบมาตั้ง 5 ผืน”

“ไม่เอาหรอก ชุดเธอน่ะประหยัดผ้าเกินเหตุ”

พิมพ์ดาวไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้าสำหรับงานเลี้ยง แพทหัวเราะคิกคัก

“พี่พิมพ์เป็นนางร้ายยุคใหม่นะคะ ไม่ค่อยยอมโชว์”

“มันไม่ค่อยจะมีให้โชว์น่ะซี เธอไม่เคยอ่านที่เขาเขียนเหรอ ว่าละครเดี๋ยวนี้ นางร้าย นางอิจฉา ไม่ค่อยแต่งตัวโป๊”

“เพราะอะไรคะ”

“เพราะว่านางเอกสมัยนี้ แต่งโป๊แทนแล้ว”

แพทหัวเราะคิก “จริงค่ะ ดูอย่างคุณลินซี่ แกแอ๊บแบ๊วแหววแสนดี แต่นมยื่นทุกชุด”

“จุ๊ๆ เขาอยู่ห้องข้างๆนี้นะจ๊ะ”

แพทคอหด สองนางร้ายนิสัยดีหัวเราะกัน

 

บีบีแต่งชุดแนวนาการ่ากรุยกราย พอกเครื่องเพชรเดินกรายไปมา มาลารินในชุดไทยเหนือแบบไทยใหญ่ แต่เสื้อ

เกาะอกตัวในเกือบหลุดจากอก

“นี่ ฉันว่าคุณแก้วก็น่าสนนะยะ”

“แต่ท่าทางเขาไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันมั้งคะ” มาลารินแกล้งพูด บีบีสะดุ้ง

“ว้าย! ฉันไม่ได้จะเอาเอง ฉันหมายถึงหล่อน”

มาลารินย่นจมูก “หน้าตาก็หล่อดี แต่ท่าทางแปลกๆ ดูซีดๆ เย็นๆ ชาๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“แค่รวยพันล้านข้อเดียวก็พอแล้ว ข้ออื่นไม่ต้องติ๊กเลย”

มาลารินยักไหล่เชิงไม่สนใจ บีบีค้อนขวับ ถลามาเป่าหูใกล้ๆ

“นี่ ฉันรู้ว่าหล่อนเทคิวทั้งเงินทั้งทองมาก็เพราะหวังจะฟันคุณตรี แต่หล่อนไม่น่าจะมองข้ามโอกาสดีๆไปนะยะ”

“ก็ใครว่าลินมองข้ามละคะ เดี๋ยวคืนนี้ก็น่าจะมีจังหวะดีๆไว้สานสัมพันธ์”

“เลิศ.. หล่อนเลิศ”

มาลารินเอียงตัว ลองโพสท่ายั่วยวนหน้ากระจก

 

 

ที่ศาลากลางสวนเป็นศาลาทรงสี่เหลี่ยมกว้างใหญ่ หลังคาเป็นหลังคาซ้อนหลายชั้น มีการจุดคบไฟและผางประทีป

รายรอบ บนศาลามีวงขันโตกหลายวง ที่วงประธาน มีแก้ว ตรีภพ ฐาปกรณ์ บีบี มาลาริน และพิมพ์ดาว อีกวงมี

ลูกกบ ดูแลดาราอาวุโสทั้ง 5-6 คนอยู่ อีกวงก็คือกลุ่มเก้ง รัก มีมี่ มูมู่ อีกวงเป็นกลุ่มอาจารย์ที่มาให้คำปรึกษากับ

คณะละคร 4 คนกับแพท ทุกคนแต่งกายตัวชุดพื้นเมืองหรูหรา บางคนเอามาเอง บางคนแก้วจัดให้ มีการกินอาหาร

เหนือล้วนๆ รวมทั้งตรงหน้ามีวงสะล้อซอซึง กำลังบรรเลงเพลง ให้ช่างฟ้อนที่อาจารย์พามาโชว์ตัว กำลังฟ้อนอยู่ 

ที่วงประธาน ตรีภพเอียงคุยกับแก้ว

“นี่ต้องจัดเต็มขนาดนี้ด้วยหรือ”

“ถ้าไม่ใช่เพราะแก ก็คงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก”

แก้วพูดคล้ายพูดเล่น ตรีภพหัวเราะ พูดตอกกลับ

“ขอบใจ เอ๊ย ขอบพระคุณที่เจ้ากรุณา”

“ใช่ นี่คือความกรุณาของเจ้า.. เจ้าของคุ้มเวียงแก้วนี้”

 

 

แก้วเมินไป ตรีภพมองดูพิมพ์ดาว พิมพ์ดาวมองดูภาพตรงหน้า กลับเห็นภาพงานเลี้ยงในอดีต หลวงเทพกับดาราราย

ทั้งคู่นั่งใกล้ ดูการละเล่นตรงหน้าพิมพ์ดาวกระพริบตา ตรีภพเอียงมาคุย

“คุณ! เป็นอะไร”

“เปล่านี่”

“คุณแต่งตัวแบบนี้ดูแปลกตาจัง”

“ไม่ต้องมาชมฉัน”

“ใครบอกว่าชม ผมบอกว่าแปลก”

พิมพ์ดาวเชิดใส่ มาลารินดูเหมือน 2 คนคุยจุ๋งจิ๋งกัน ก็ขุ่นใจนิดหน่อย แล้วหันไปเอียงตัวคุยกับแก้ว 

“เจ้าขา”

“ผมมันแค่เจ้าปลายแถว อย่าเรียกอย่างนั้นเลยครับ”

บีบีพยักพเยิดพอใจมาลาริน มาลารินชี้อาหาร

“ลินซี่ตื่นตาตื่นใจมากค่ะ นี่คืออะไรคะ”

“ของกินพื้นเมืองน่ะครับ”

 

ฐาปกรณ์เอามือถือมาดู

“มาดามจะมาเมื่อไหร่คะเนี่ย คุณฐา” บีบีถาม

“มะรืนนี้ครับ”

“แล้วพรุ่งนี้มีคิวทำอะไรอีกคะ”

“ผมจะออกไปดูโลเกชั่นเพิ่ม แล้วก็ติดต่อ ประสานงานอีกนิดหน่อย พวกคุณก็พักผ่อนตามสบาย”

 

“อู๊ย ดีค่ะ”

 


5 หน้า