บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 6 หน้า 20
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับสมมาตร
แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องมาจากบริเวณหน้าบ้านคำปอง คำแก้วกำลังฝัดข้าวอยู่
ทศพลเข้ามาอาสา “ให้ผมช่วยนะ”
“ฝัดข้าวกับเขาเป็นด้วยเหรอ”
“ไม่เป็น คุณก็สอนผมสิ”
“จับที่ขอบกระด้ง ร่อนแล้วโยนขึ้นเป็นจังหวะแบบนี้....” คำแก้วสาธิตวิธีฝัดข้าวให้ทศพลดู “เปลือกข้าวจะกระเด็นออกไป เหลือแต่ข้าวสารกับปลายข้าวในกระด้ง เอ้า ! ลองทำดู” คำแก้วยื่นกระด้งให้
“แค่นี้เอง ไม่เห็นจะยาก” ทศพลลองทำตาม แต่ปรากฏว่าร่อนที ข้าวก็หกจากกระด้งหมด
“เบาๆ สิ ข้าวหกหมดแล้ว....พอๆ ... คุณไม่ต้องช่วยแล้ว ฉันทำเองไวกว่า” คำแก้วแย่งกระด้งจากมือทศพล
ทศพลยื้อเอาไว้ ทำให้มือทั้งสองสัมผัสกัน
ทศพลจ้องหน้าคำแก้ว ใบหน้าเหมือนรูปปั้นที่ขุดพบ “เหมือน....เหมือนจริงๆ ด้วย”
“เหมือนอะไร”
“หน้าคุณเหมือนรูปปั้นที่ผมขุดพบในถ้ำท้ายหมู่บ้าน”
“นี่คุณแอบไปขุดสมบัติที่เทวาลัยเจ้าแม่นาคีมางั้นเหรอ”
“ชู่ววว์ เบาๆ สิ กำแพงมีหูประตูมีช่อง เดี๋ยวพวกกำนันแย้มได้ยินเข้า ก็แห่มาเล่นงานผมหรอก”
“คุณไปเอารูปปั้นอะไรออกมา”
“ถ้าอยากรู้ ตามผมมา ผมจะพาคุณไปดู” ทศพลยิ้มเชิญชวนให้คำแก้วตามไปดู
ทศพลเปิดกระสอบที่คลุมเทวรูปเจ้าแม่นาคีออก คำแก้วมองเทวรูปนั้นอย่างตกตะลึง ใบหน้าเทวรูปนั้นช่างเหมือนเธอราวกับแกะ คำแก้วอึ้งไปเลย
“เชื่อผมหรือยังล่ะ ว่าเทวรูปนี่หน้าเหมือนคุณราวกับแกะ ผมเห็นทีไรก็คิดถึงคุณทุกที”
“ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันต้องคิดว่าคุณอำฉันเล่นแน่ๆ”
“รูปปั้นครึ่งคนครึ่งงูนี่ อายุน่าจะเกือบๆ พันปี แต่สภาพยังสมบูรณ์อยู่เลย อาจารย์ทัศนัยสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเทวรูปเจ้าแม่นาคี”
คำแก้วรำพึงเบาๆ “เจ้าแม่นาคี....”
คำแก้วเอามือลูบที่รูปปั้นเจ้าแม่นาคี แล้วได้ยินเสียงสาปของท้าวศรีสุทโธนาคดังก้อง ภาพยังพร่าเลือน
ในถ้ำ ท้าวศรีสุทโธนาคประกาศก้อง คล้ายคำสาปประกาศิต “ข้าขอสาปให้ร่างเจ้ากลายเป็นหิน ครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงาม ส่วนอีกครึ่งเป็นงู แสดงถึงความชั่วร้าย วิญญาณของเจ้าจงสิงสถิตอยู่ในร่างงูเผือกจำศีล