บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 2 หน้า 6
“อย่าให้รู้นะว่าพลมองผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่พิมพ์” พิมพ์พรแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทศพลอย่างชัดเจน
คำปองตัดบท “น้าไม่กวนแล้ว เชิญพักผ่อนกันตามสบาย ขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกัน”
นักศึกษาพากันขอบคุณคำปองอีกครั้ง ซาบซึ้งน้ำใจ
ที่ลานหลังบ้านคำปอง พวกผู้ชายกำลังกางเต็นท์ ปูที่หลับที่นอนกันอยู่
อาจารย์ทัศนัยบอกลูกศิษย์ “คืนนี้นอนพักเอาแรงกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางไปปราสาทหินแต่เช้า”
“แต่กำนันโหดนั่นไม่อยากให้เราอยู่ที่หมู่บ้านนี้นี่ครับ อาจารย์” ประกิตเอ่ยอย่างหวั่นๆ
“อีกแค่วันสองวันคงไม่เป็นไร สำรวจปราสาทหินเสร็จแล้วค่อยกลับ ลุงชมน่าจะหาช่างในเมืองมาซ่อมรถเสร็จพอดี”
พิมพ์พรรู้สึกไม่สบายใจ “ที่นี่อย่างกับเมืองลับแล ผู้คนก็ดูแปลกๆ ชอบกล รีบสำรวจให้เสร็จๆ เถอะค่ะ หนูอยากกลับบ้านเต็มทนแล้ว”
วันชนะแขวะ “บ่นเป็นยายแก่ ไม่มีน้ำอดน้ำทน จบไปจะไปทำอะไรกิน”
“ขายของเก่าอย่างพ่อฉันก็ได้ รวยจะตาย ไม่ขอนายกินก็แล้วกัน” พิมพ์พรเชิดใส่
ทศพลเปลี่ยนเรื่อง “ดูเหมือนชาวบ้านที่นี่จะไม่อยากให้เราเข้าไปที่ปราสาทหินนั่นสักเท่าไหร่”
“คงกลัวว่าพวกเราจะเข้าไปขุดหาวัตถุโบราณไปขายล่ะมั้ง” อาจารย์ทัศนัยให้ความเห็น
สมมาตรตื่นเต้น “ไม่แน่ ภายในปราสาทหินอาจจะมีกรุสมบัติโบราณซ่อนอยู่ก็ได้”
เจิดนภาเบ้หน้า “โอ๊ยยย !! ถ้ามีจริง คงเสร็จชาวบ้านที่นี่ ไม่มีเหลือแล้วล่ะ”
“แต่ผมเชื่อว่าที่นั่นจะต้องมีอะไรบางอย่าง รอให้พวกเราไปค้นพบ” ทศพลมั่นใจว่าการมาสำรวจปราสาทหินครั้งนี้จะต้องพบอะไรดีๆ แน่
คำปองเดินขึ้นบันไดเรือนมา พบกับคำแก้วนั่งรอท่าอยู่ก่อน แสงตะเกียงจับดวงหน้าคำแก้วดูลึกลับ
“แม่นึกว่าเอ็งหลับไปแล้ว”
“พวกคนเมืองเหรอจ๊ะแม่”
“เขามาขออาศัยกางเต็นท์ค้างแรมที่นี่ แม่เลยให้เขานอนที่สวนหลังบ้าน”
“ถ้าพวกกำนันแย้มรู้เข้า แม่จะเดือดร้อน”
“คนตกทุกข์ได้ยากมาขอความช่วยเหลือ จะไล่เขาไปได้ยังไง ให้ที่พักคนเมืองแค่คืนเดียว จะอะไรนักหนา” คำปองเหลือบไปเห็นรอยไหม้ดวงใหญ่ที่ข้อมือคำแก้วคล้ายเป็นลมพิษ รีบดึงมือมาดู “นี่มือเอ็งไปโดนอะไรมา แดงเป็นปื้นเชียว”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะแม่ อยู่ๆ มันก็เป็นขึ้นมาเอง”
“สงสัยจะเป็นลมพิษ เอ็งไปหาใบพลู เอามาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวทาซะ เดี๋ยววันสองวันก็หาย”