บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 2 หน้า 7
“จ้ะ แม่” คำแก้วอือออไปตามเรื่อง ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเป็นลมพิษจริงๆ อย่างที่แม่ว่า
คำแก้วเอาใบพลูที่ตำละเอียดผสมกับเหล้าขาวทาที่แผล คำแก้วมองดูที่รอยแดงบนข้อมือตัวเอง ที่เหมือนจะลุกลามไปเรื่อยๆ รู้สึกปวดแสบปวดร้อน “โอ๊ยยยย..... นี่มันรอยอะไรกันแน่” แล้วคำแก้วก็นึกถึงแหวนพิรอดของกอส่องแสงเป็นประกายเข้าตาของคำแก้ว จนรู้สึกแสบตา “หรือจะเป็นเพราะแหวนวงนั้น ?” คำแก้วหวั่นใจกับรอยแดงบนข้อมือที่เหมือนจะลุกลามขึ้นเรื่อยๆ
หมาป่าเห่าหอนโหยหวนบนยอดเขาดึกสงัด ชายหนุ่มทั้งห้านอนอยู่ในเต็นท์หลังเดียวกัน หลับสนิทไปแล้ว สมมาตรกรนเบาๆ ด้วยความอ่อนเพลีย ที่ข้างเต็นท์ เห็นเงาของพญานาคอยู่ภายนอกกำลังเลื้อยเข้ามาหาทศพลที่นอนอยู่ริมสุด
มือของหญิงสาวลูบไล้ใบหน้าทศพล ด้วยความรัก “ยอดดวงใจของข้า....ข้ารอท่านมานานเหลือเกิน... นานหลายภพหลายชาติ..... ในที่สุดท่านก็กลับมาหาข้าจนได้ ไชยสิงห์...” นาคีน้ำตาไหลรื้นด้วยความปีติที่ได้เจอชายคนรักที่รอคอยมานาน
น้ำตาของนาคีไหลหยดลงที่ใบหน้าของทศพล ทศพลลืมตาขึ้น เห็นร่างนาคีเต็มตาก็แปลกใจในความสวยลึกลับทรงเสน่ห์เหมือนอย่างนางไม้ “เธอ.... ? เธอเป็นใคร ?” นาคีรีบหายตัวไปทันที “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป”
ทศพลรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นจากความฝัน มองหา... ไม่มีร่างนาคี หันไปมองคนอื่นๆ ยังคงหลับเป็นตาย ทศพลเอามือกดที่หัวตาคิดว่าตัวเองคงจะฝันไป... ผู้หญิงลึกลับเมื่อครู่คงเป็นแค่นางในฝันเท่านั้น ทศพลเอามือแตะบนหน้ามีหยดน้ำหยดลงมาจริง ทศพลแปลกใจ คิดว่าอาจจะเป็นน้ำค้าง !
เช้าวันใหม่ คำแก้วยกข้อมือข้างที่เป็นแผลขึ้นมาดู ก็ต้องตกใจแทบช็อค ที่ข้อมือนั้นกลายเป็นแผลตกสะเก็ดคล้ายงู ลามเกือบทั้งแขน ปวดแสบปวดร้อนไปหมด “นี่ฉันเป็นอะไรกันแน่ !!”
คำปองเคาะประตูดังขึ้น “คำแก้ว !”
“จ้ะ แม่”
“วันนี้ไม่เข้าป่าเก็บดอกไม้ไปขายเหรอลูก”
“เดี๋ยวฉันไปจ้ะ” คำปองเดินออกไปอย่างอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้ งูเขียวสองตัวก็เลื้อยเข้ามาในห้องนอนของคำแก้ว คำแก้วถามงูเขียวทั้งสองด้วยความร้อนใจ “แผลนี่มันลุกลามขึ้นเรื่อยๆ จะทำยังไงดี” สายลมวูบหนึ่งพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ผ้าม่านปลิวไสว คำแก้วรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณลึกลับทันที “ต้องไปที่เทวาลัย....”
คำแก้วรีบเอาผ้าพันที่ข้อมือเอาไว้ อำพรางไม่ให้คนอื่นเห็น แล้วรีบไปยังเทวาลัยทันที