บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 2 หน้า 8
คำแก้วรีบลงเรือนทางหลังบ้านอย่างลับๆ ล่อๆ เพื่อไม่ให้คำปองเห็น ทศพลซึ่งกำลังช่วยเพื่อนๆ เก็บเต็นท์อยู่ เห็นหลังคำแก้วไวๆ คลาดกัน ไม่ทันได้เห็นหน้า
วันชนะเห็นก็แซว “ลูกสาวน้าคำปองสวยนักหรือไงวะ แกถึงได้มองจนเหลียวหลัง”
“ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่ทันเห็นหน้า”
“ระวังนะเว้ย ถ้าพิมพ์พรรู้เข้า แกจะถูกฉีกอก” ประกิตท้วง
“ฉันกับพิมพ์พรไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
ประกิต / วันชนะพูดพร้อมกัน “เหรอ.... ??”
“พูดมากอยู่ได้ ช่วยกันเก็บเต็นท์เร็ว จะได้ออกเดินทางกันต่อ” ทศพลไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย ได้แต่มองตามหลังคำแก้วไป “ท่าทางลับๆ ล่อๆ จะรีบไปไหนของเค้า?” ทศพลแปลกใจในท่าทีที่ดูลึกลับของลูกสาวคำปอง
คำแก้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งรีบไปยังเทวาลัยเจ้าแม่นาคี งูเขียวทั้งสองตัวเลื้อยนำทางคำแก้วไป คำแก้วเอาอีกมือกุมที่แผลไว้ รู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปหมด แต่จู่ๆ ลำเจียกและกอสองพ่อลูกก็เดินสวนมาพอดี
ลำเจียกทัก “จะรีบไปตามควายที่ไหนห๊ะ นังคำแก้ว”
“หลีกไป!”
ลำเจียกรีบดักไว้ “เดี๋ยวก่อนสิ! วันนี้ฉันยังไม่ได้ลับฝีปากกับแกเลย”
กอระแวง “หน้าตาเลิ่กลั่กพิกล เอ็งจะรีบไปไหนวะ นังคำแก้ว”
“ฉันจะไปไหน มันก็เรื่องของฉัน” คำแก้วพยายามเลี่ยง
“ฉันไม่ให้แกไป แกก็ยังไปไหนไม่ได้” คำแก้วจะเดินหนี ลำเจียกคว้าข้อมือที่มีผ้าพันแผล ทำให้ผ้าพันแผลร่วงลงพื้น กอและลำเจียกต่างตกใจเมื่อเห็นแผลที่ข้อมือคำแก้วชัดๆ ว่าตกสะเก็ดเหมือนหนังงู ลำเจียกรีบเอามือป้ายเสื้อตัวเองด้วยความขยะแขยง “อี๋… นี่แกเป็นโรคอะไรของแกเนี่ย นังคำแก้ว มือแกถึงได้.....”
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” ดวงตาคำแก้วเกรี้ยวกราดดุร้ายเยี่ยงแววตาอสรพิษวูบหนึ่งก่อนเลือนหายไป คำแก้วข่มระงับอารมณ์ แล้ววิ่งไปยังเทวาลัยร้างทันที
กอสังเกตเห็นความผิดปกติของคำแก้ว แล้วก้มลงมองแหวนพิรอดที่นิ้วของตน
งูเขียวทั้ง 2 ตัว เลื้อยพาคำแก้วเดินเข้ามาในเทวาลัย แล้วตรงไปที่รูปสลักเจ้าแม่นาคี คำแก้วทรุดลงตรงฐานรูปสลัก ดิ้นทุรนทุราย แผลเริ่มลามไปทั้งแขน ปวดแสบปวดร้อนไปหมด คำแก้วขยับปาก อยากจะร้องให้คนช่วยเหลือ แต่หมดสติไปเสียก่อน สายลมพัดมาวูบหนึ่งผ่านดอกไม้แห้งในเทวาลัย แผลไหม้ที่แขนค่อยๆ เลือนหายไปจนกระทั่งกลายเป็นปกติในที่สุด คำแก้วยังคงนอนหมดสติอยู่ในเทวาลัยนั้น