บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่10 หน้า 12
“ท่านกับแม่ทัพไชยสิงห์มีดวงจิตดวงเดียวกัน มี “สัญญา” ที่ผูกพันกันมาตั้งแต่ในอดีตชาติ เช่นเดียวกับข้าและคำแก้ว”
“คุณคือคำแก้ว และคำแก้วก็คือคุณงั้นเหรอ ??? ผมงงไปหมดแล้ว”
“เรื่องบางเรื่องก็ยากเกินกว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้ โดยเฉพาะเรื่องอจินไตยที่อยู่นอกเหตุเหนือผล อยู่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ท่านต้องค้นหาคำตอบด้วยตนเอง” เจ้าแม่นาคีมองสบตาทศพลอย่างยั่วยวน ชวนฝัน
“แล้วผมจะหาคำตอบได้จากที่ไหน” ทศพลสงสัย
“จากข้า....”
ทศพลมองเข้าไปในดวงตาของเจ้าแม่นาคี เห็นความรักใคร่ ความคิดถึง ความอาลัยอาวรณ์และความผูกพันกันระหว่างพวกเขา ภาพความสัมพันธ์ระหว่างไชยสิงห์กับนาคีในอดีตชาติแล่นไหลรวดเร็ว ทศพลค่อยๆ โน้มหน้าเข้าไปจูบอย่างอ่อนโยน เจ้าแม่นาคีผลักหน้าอกไชยสิงห์ออก
“ทำไมล่ะ คุณรังเกียจผมเหรอ” ทศพลข้องใจ
“ไม่ใช่ แต่มันยังไม่ถึงเวลา”
“ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน ผมก็จะรอคุณ”
“อีกไม่นานหรอกไชยสิงห์.... อีกไม่นาน ข้าจะยอมเป็นของท่าน...ชั่วนิรันดร์”
“ขอผมนอนหนุนตักคุณหน่อยได้ไหม” เจ้าแม่นาคีนิ่ง แปลว่าตกลง ทศพลนอนหนุนตักเจ้าแม่นาคี “ตักของคุณนุ่มเหลือเกิน ถ้านี่เป็นความฝัน ผมก็ไม่อยากจะลืมตาตื่น”
“เมื่อถึงวันนั้น ความฝันก็จักกลายเป็นความจริง...”
เจ้าแม่นาคียิ้มอย่างมีความหวัง อีกไม่นานก็จะครบกำหนดพันปี เธอจะได้เป็นมนุษย์ดังที่ตั้งใจ ทศพลตาหรี่ปรือ เผลอหลับไป
ฉัตรสุดายิ้มมีความสุขกับนาคี ตรงข้ามกับเลื่อมประภัสร์ที่ยังคงมีริ้วรอยแห่งความกังวล
“สิ่งที่เจ้าแม่รอคอยมานับพันปีใกล้จักเป็นจริง เมื่อเกิดสุริยคราสครั้งหน้า คำสาปของท้าวศรีสุทโธนาคมลายลง เจ้าแม่ก็จักเป็นมนุษย์ ได้ครองรักอยู่กินกับแม่ทัพไชยสิงห์อย่างมีความสุขเสียที” ฉัตรสุดายิ้มปลื้มปริ่ม
“ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์...เมื่อรักในสิ่งใด ก็ย่อมต้องทุกข์ใจในสิ่งนั้น” เลื่อมประภัสร์ไม่วางใจ
“เลื่อมประภัสร์... ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่หล่อเลี้ยงโลกนี้ ขอแค่ได้รัก ก็มีความสุขมากแล้ว....” ฉัตรสุดาคิดถึงตัวเอง “เจ้าไม่เคยมีความรัก เจ้าไม่รู้หรอก”
“ความรักบันดาลความสุขมาให้ก็จริง แต่ก็ต้องรู้จักเตรียมใจรับมือกับความทุกข์หากต้องเสียมันไป”
“เจ้าอย่าวิตกกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเลย เลื่อมประภัสร์ ยิ่งกังวลก็ยิ่งเป็นทุกข์ มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจักดีกว่า ข้าไม่เคยเห็นเจ้าแม่มีความสุขเยี่ยงนี้มานานแล้ว”
เลื่อมประภัสร์พยายามตัดกังวล แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงเจ้าแม่นาคี