บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 11 หน้า 12
“มึงมานี่ !!!” ลำเจียกจิกหัวคำแก้วลากไปที่ท้องร่อง ลำเจียกจิกหัวคำแก้วจะเอาหัวกดน้ำในท้องร่อง “คราวนี้มึงไม่รอดแน่”
คำแก้วพยายามดิ้นหนี แต่เพราะอำนาจของแหวนพิรอด ทำให้คำแก้วกำลังจะหมดแรงลงทุกที แต่ทันทีที่คำแก้วสัมผัสน้ำ จู่ๆ คำแก้วก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างแล่นเข้าสู่ร่าง คำแก้วกำลังกลับคืนมา ยกตีนถีบยอดอกลำเจียกสุดแรง จนกระเด็นผึ่งหงายเก๋ง คำแก้วอาศัยจังหวะนั้นดำน้ำหนีหายไป
“อีคำแก้วมันหายไปไหนแล้ว” ชบาชะเง้อตามองหา
ลำเจียกลุยน้ำในท้องร่อง หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ “น้ำในท้องร่องตื้นแค่เข่า มันจะหายไปได้ยังไง”
“หรือว่ามันจะหายตัวได้ !? !” ซ่อนกลิ่นสงสัย
“ฝากไว้ก่อนเถอะ !อีนังงูผี !” ลำเจียกเจ็บใจที่คำแก้วหนีไปได้
ที่ธารน้ำตก คำแก้วโผล่พรวดขึ้นมาจากน้ำ สำลักน้ำออกจากปาก ใบหน้าไหม้เกรียม คำแก้วกระเสือกกระสนขึ้นจากลำธาร“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ! โอ๊ยยยยยยย.....” คำแก้วจะขยับตัวก็รู้สึกเจ็บไปทั้งตัว แสบไปทั้งหน้า คำแก้วเห็นเงาสะท้อนจากผิวน้ำ ใบหน้าตัวเองไหม้ไปทั้งแถบก็แทบช็อกผงะ “หน้าฉัน !!! ทำไมถึงได้เป็นรอยไหม้แบบนี้ !!!” คำแก้วสับสน หวาดกลัวไปหมด น้ำตาอาบแก้ม “ต้องไปที่เทวาลัย…” คำแก้วกระเสือกกระสนไปที่เทวาลัยทันที
คำแก้วกระเสือกกระสนเดินเข้ามาหน้ารูปสลักพญานาคในเทวาลัย ที่รูปสลักพญานาคทรงสง่า น่าเกรงขาม “เจ้าแม่นาคี ทำไมใครๆ ถึงใจร้ายกับลูกเหลือเกิน ลูกทำอะไรให้ ทำไมทุกคนในดอนไม้ป่าถึงได้จงเกลียดจงชังลูกกันนัก”
ลมปริศนาม้วนตัวเป็นลูกๆ พัดจากรูปสลักพญานาค พุ่งผ่านไปยังร่างคำแก้ว ภาพรูปปั้นงูเจ้าแม่นาคีสะท้อนภายในดวงตาคำแก้ว ทำให้เธอมองเห็นเรื่องราวในอดีตชาติ
ภาพที่ท้องฟ้าเหนือเมืองมรุกขนครที่มีแต่ความมืดมิดและพายุฝนที่โหมฮือ กระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงเห็นแสงไฟจากอัจกลับลอดมาทางหน้าต่างหอคำหลวง ผสานเสียงสวดมนต์ภาษาฮินดี เจ้าอินทร์ (เมืองอินทร์) และพราหมณ์เฒ่าอีก 7 คนนั่งล้อมพระเจ้านิรุทธราช (บุญส่ง) ทั้ง 8 สวดมนต์อาลัมพายน์ เบื้องหน้ามีแผ่นศิลาจารึกอักษรปัลวะตั้งตระหง่านอยู่ หลังจากพระองค์ได้เสวยเอี่ยนด่อน (ปลาไหลเผือก) ไปเมื่อตอนกลางวัน
บรรดาเสนาอำมาตย์ต่างมองออกไปภายนอกหวาดวิตก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
เสียงไพร่ฟ้าชายหญิงกรีดร้องตระหนกอกสั่นดังโหยหวนมาจากด้านนอกกำแพงเมืองแข่งกับเสียงลมพายุ และเสียงน้ำที่ซัดซ่ากระแทกหอคำดังตึงๆ เป็นจังหวะกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ขุนวัง (กอ) แหวกวิสูตรด้วยมืออันสั่นเทา มองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นบ้านเมืองถูกน้ำพลัดพราย ต้นไม้ถอนรากถอนไหลลิ่วลงมา แผ่นดินเจิ่งนองด้วยน้ำ ทรุดพังทลายลง ชาวเมืองต่างหนีตายอพยพขึ้นที่ดอนอลหม่าน