บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 11 หน้า 14
“วันนี้ มึงต้องชดใช้บาปเวรที่มึงก่อไว้ ไอ้นิรุทธราช !” สิ้นเสียงเจ้าแม่นาคีก็ฟาดหางใส่ร่างพระเจ้านิรุทธราชลอยละลิ่วกระแทกหอคำจนกระอักเลือด
“พระบาทเจ้า !” เจ้าอินทร์และเสนาอำมาตย์ปราดจะเข้าไปช่วย แต่ถูกเจ้าแม่นาคีพ่นพิษใส่ตายเรียบ
เจ้าแม่นาคีเอาหางกระหวัดร่างพระเจ้านิรุทธราช ลอยละลิ่วลงไปในน้ำ พระเจ้านิรุทธราชสำลักน้ำ คลื่นบ้าคลั่ง ม้วนตัวกระแทกพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งขาดใจตาย ร่างพระเจ้านิรุทธราชจมหายไปกับคลื่นน้ำ พร้อมกับการล่มสลายของมรุกขนคร !
เทวาลัยเจ้าแม่นาคีอยู่บนยอดเขาและมีทะเลสาบล้อมรอบ มรุกขนครจมหาย เวลาผ่านไปเทวาลัยค่อยๆ ทรุดโทรมปรักหักพังตามกาลเวลา เห็นภาพทะเลสาบค่อย ๆ แห้งเหือดกลายเป็นพื้นดิน เริ่มมีต้นไม้ขึ้น มีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานอีกครั้ง / ย้ายถิ่น / สลับสับเปลี่ยนกัน จนกระทั่งกลายเป็นภาพเทวาลัยเจ้าแม่นาคีในปัจจุบัน
คำแก้วตกตะลึงเห็นภาพนิมิตประหลาด ใจเต้นระรัว “ดอนไม้ป่าเคยถูกพญานาคถล่มมาก่อนงั้นเหรอ น่ากลัวเหลือเกิน ชาวเมืองต่างจมน้ำตายกันหมด เพราะพญานาคตัวนั้น” รอยไหม้ที่ใบหน้าคำแก้วค่อยๆ เลือนจนกระทั่งหายเป็นปลิดทิ้ง คำแก้วแปลกใจที่ไม้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ใบหน้า ยกมือขึ้นลูบ คำแก้วเห็นถาดทองเหลืองที่ใส่ของบูชาเจ้าแม่นาคี จึงหยิบขึ้นมาส่องดูเงาสะท้อน “รอยไหม้หายไปแล้ว.... คงเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคีช่วยลูกไว้” คำแก้วก้มลงกราบรูปปั้นพญานาคด้วยความนับถือศรัทธา
รถจี๊ปคณะของบุญส่งมาจอดที่ริมแม่น้ำโขง
คนขับรถเล่า “หลายวันก่อนฝนตกหนัก น้ำป่าซัดถนนเข้าหมู่บ้านขาดทำให้หมู่บ้านดอนไม้ป่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทางเดียวที่จะไปถึงที่นั่นได้ เราต้องล่องแพไปครับนาย”
บุญส่งเห็นแพไม้ก็โวยวายลั่นใส่คนขับรถ “แพไม้ไผ่ลำนิดเดียวจะนั่งกันพอเหรอวะ ไม่มีเรือลำใหญ่ๆ หรือไง ฉันว่ายน้ำไม่เป็นนะโว้ย”
“เรือน่ะมีครับนาย แต่ไม่มีใครกล้าไปส่งพวกเราที่ดอนไม้ป่า นอกจากพวกชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้น”
บุญส่งได้ยินยิ่งไม่พอใจ “ทำไมวะ ! พวกมันจะเอาค่าจ้างเท่าไหร่ ฉันมีเงินจ่ายนะโว้ย”
“ดอนไม้ป่าเป็นดินแดนตกสำรวจ ถ้าไม่คุ้นเคยกับสถานที่ดีพอ คนขับเรืออาจพาหลงข้ามไปฝั่งโน้น (ลาว) ได้” สุภัทรพยายามไกล่เกลี่ย
“เรือไม่มี มีแต่แพ นายจะไปหรือไม่ไป” คนถ่อแพถามแบบไม่ง้อ
“ไปก็ได้วะ !” บุญส่งยอมลงแพแบบเสียไม่ได้
คนอื่นๆ ขนสัมภาระลงแพไม้ไผ่ เดินทางต่อ คนถ่อแพวาดแพออกจากฝั่ง มุ่งหน้าสู่ดอนไม้ป่า