บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 8 หน้า 19
“จะอยู่ได้ยังไง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกรุงเทพฯ บ้านคุณหรอกนะ”
“ผมอยู่ได้ทุกที่ที่มีคุณ”
“พวกผู้ชายเมืองกรุงคงร้อยลิ้นกะลาวนเหมือนคุณทุกคนสินะ” คำแก้วหันหน้าหนีแล้วเก็บดอกไม้ต่อ
ทศพลมองตามส่งยิ้มหวาน
ที่ศิลาจารึกในมือทัศนัย สมมาตรถามอาจารย์ทัศนัยด้วยความสงสัย “ในจารึกบอกอะไรเราบ้างเหรอครับอาจารย์”
“ข้อความในจารึกเลือนหายไปบางส่วน แต่ก็พอจับใจความได้”
“มีอะไรที่เกี่ยวโยงกับเทวรูปครึ่งคนครึ่งงูนี่บ้างไหมครับ”
“ไม่มีเลย จารึกนี้กล่าวถึงพระเจ้านิรุทธราช กษัตริย์ที่ปกครองเมืองมรุกขนคร”
ทศพลตกใจเล็กน้อย “พระเจ้านิรุทธราช!”
“ใช่! พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีแสนยานุภาพเกรียงไกร ไม่ว่าจะไปตีเมืองไหนก็มักจะได้รับชัยชนะ แต่ก็น่าสงสัยว่าอาณาจักรที่รุ่งเรืองสุดขีดอย่างมรุกขนครกลับล่มสลายอย่างรวดเร็วหลังจากที่เพิ่งไปตีเมืองขึ้นได้เพียงแค่ไม่กี่วันและเมืองสุดท้ายที่พระเจ้านิรุทธราชนำทัพไปตีจนแตกแล้วนำมาเป็นเมืองขึ้นได้ก่อนมรุกขนครจะล่มสลายก็คือเมืองปัตตนคร”
ทศพลชะงักอีกครั้ง ภาพในอดีตภาพเดิมๆ ผุดขึ้นในหัวทศพลเหมือนสายน้ำไหลอย่างรวดเร็ว
ภาพในหัวทศพลเป็นภาพแม่ทัพไชยสิงห์ถูกผูกไว้กับม้าทรงของพระเจ้านิรุทธราชแล้วลากเข้าเมือง แม่ทัพไชยสิงห์ถูกทรมานล่ามด้วยโซ่ตรวนอยู่ในคุก ภาพพระเจ้านิรุทธราชฟันดาบใส่แม่ทัพไชยสิงห์ ภาพไชยสิงห์ไปช่วยเสนาทั้งสี่แล้วถูกจับอีกครั้ง เห็นหน้าเสนาทั้งสี่แบบชัดๆว่าคือประกิต วันชนะ สมมาตร และเชษฐ์
ทศพลสลัดหัวแล้วสูดลมหายใจเข้าอย่างหนักเพื่อเรียกสติ แต่ทุกคนมัวแต่จดจ่อกับเรื่องที่ได้ฟังเลยไม่มีคนหันมาสนใจทศพลที่นั่งรั้งท้าย
“แล้วมรุกขนครล่มสลายเพราะอะไรได้มีบอกไว้มั้ยครับ” เชษฐ์ถามต่อ
“ไม่ปรากฏแน่ชัด อาจจะเป็นเพราะโรคระบาด หรือไม่อาจเกิดน้ำท่วมก็เป็นได้”
“เกี่ยวกับเมืองปัตตนครที่เพิ่งถูกยึดเป็นเมืองขึ้นหรือเปล่าครับอาจารย์” สมมาตรสงสัย
“ประวัติศาสตร์ไม่ได้กล่าวถึงเมืองปัตตนครเท่าไหร่ อาจจะเพราะเป็นเมืองเล็กๆ เท่านั้น ไม่น่ามีความสำคัญอะไร”
“ไม่แน่นะครับ ทหารของปัตตนครที่เหลือรอดมาอาจจะเก่งมากก็ได้ อาจจะรวมตัวกันกลับมาตีมรุกขนครแบบลับๆ จนมรุกขนครล่มสลายแบบไม่มีใครรู้สาเหตุ” วันชนะพูดมั่วไปเรื่อยพลางหัวเราะอย่างสนุกสนาน