บทละครโทรทัศน์ นาคี ตอนที่ 8 หน้า 20
ทุกคนได้แต่ส่ายหน้าไม่ใส่ใจ แต่ทศพลกลับนั่งนิ่งแล้วโพล่งขึ้นมา “เป็นไปไม่ได้หรอก แม่ทัพของปัตตนครถูกจับไปพร้อมกับทหารคนสนิท ถูกทรมานต่างๆ นานา ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ไม่มีทางที่เมืองเล็กๆ อย่างปัตตนครจะยกทัพมาตีมรุกขนครจนล่มสลายได้หรอก”
ทุกคนชะงัก หันมองทศพลอย่างแปลกใจ
“แกรู้ได้ยังไงวะ ไอ้พล?” ประกิตงุนงง
ทศพลนิ่งเงียบ ไม่ตอบ
ทศพลแยกตัวออกมานั่งเหม่ออยู่คนเดียว นึกถึงภาพในความคิด
ภาพแม่ทัพไชยสิงห์ถูกผูกไว้กับม้าทรงของพระเจ้านิรุทธราชแล้วลากเข้าเมือง แม่ทัพไชยสิงห์ถูกทรมานล่ามด้วยโซ่ตรวนอยู่ในคุก ภาพพระเจ้านิรุทธราชฟันดาบใส่แม่ทัพไชยสิงห์ ภาพไชยสิงห์ไปช่วยเสนาทั้งสี่แล้วถูกจับอีกครั้ง
ทศพลครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเห็นว่ามันคืออะไร “หรือว่าชาติที่แล้ว เราจะเป็นแม่ทัพคนนั้นจริงๆ”
เชษฐ์เดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้างๆ ตบบ่าให้กำลังใจ “เป็นอะไรหรือเปล่าวะไอ้พล หมู่นี้ฉันเห็นแกชอบหายตัวไปไหนคนเดียวบ่อยๆ มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้”
ทศพลซึ้งในน้ำใจของเพื่อน ก่อนจะนิ่งไปอย่างตัดสินใจ “หลวงปู่ คนทั่วไปจะระลึกชาติได้มั้ย”
เชษฐ์ชะงักมองทศพลอย่างแปลกใจ “ได้สิ ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสสติญาณหรือการระลึกชาติ เมื่อฝึกจิตจนเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวก็ย่อมโน้มน้อมจิตไประลึกชาติได้”
“แล้วถ้าคนที่ไม่เคยผ่านการฝึกจิตเลยล่ะ”
เชษฐ์มองทศพลอย่างเริ่มสงสัยบางอย่าง “เรื่องบางเรื่องมันก็นอกเหตุเหนือผล หาคำอธิบายไม่ได้หรอก แกจะอยากรู้ไปทำไมวะ”
ทศพลนิ่วหน้า ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขา ตอนทศพลได้ยินเสียงเรียก ตัดสินใจตามเสียงนั้นเข้าไปภายในอุโมงค์ ตอนทศพลสะดุ้งตื่นจากฝันแล้วเผลอเรียกแม่นางไม้ ตอนทศพลลูบไล้ไปบนรูปปั้น
“บางทีฉันอาจจะระลึกชาติได้” ทศพลโพล่งออกมา
“แกแน่ใจเหรอ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนอยู่ในภวังค์ แต่บางครั้งมันก็เหมือนกับว่ามันเคยเกิดขึ้นจริงๆ อาจจะมีอะไรบางอย่างดลใจฉันอยู่ก็ได้”
เขษฐ์อธิบาย “หากระลึกชาติได้จริง อดีตชาติของแต่ละคนก็เป็นเพียงเครื่องเตือนสติแก่ในชาติภพก่อนๆ”
“แล้วแกเห็นอะไรบ้างวะ” ประกิตสงสัย
ทศพลพยายามนึก “ฉันเห็นตัวฉันเป็นนักรบโบราณ มีพวกแกสี่คนด้วยนะเว้ย”
สมมาตรเป็นห่วงเพื่อน “แกนี่ท่าจะบ้าใหญ่แล้ว ระวังเถอะ สักวันจะเข้าไปอยู่ในหลังคาแดง”