บทละครโทรทัศน์ ลมซ่อนรัก ตอนที่ 2 หน้า 8
“แกจะเป็นหมอป่าอีกนานแค่ไหน”
“พ่อจะถามทำไมครับ”
“ชั้นถาม แกก็ตอบมา”
“ผมจะเป็นหมออาสา..ไปจนตาย..เหมือนแม่ครับ”
“แก..” พสุวัฒน์ฉุน
“พ่อมาคุยกับผมอย่างนี้ได้เหรอครับ..วันๆ นึงพ่อต้องประชุมตั้งหลายเรื่อง ว่างเหรอครับ” ปราณนต์เอ่ยประชดด้วยประโยคที่พสุวัฒน์เคยพูดกับปราณนต์ไว้เมื่อวันที่แม่ตาย
พสุวัฒน์เริ่มฉุน เพราะรู้ว่าถูกลูกชายย้อน “แก..เมื่อไหร่แกจะเลิกโทษชั้น..แม่แกป่วยตาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้น”
“นั่นสิครับ สามีเป็นเจ้าของอาณาจักรแพทย์ที่ใหญ่คับประเทศ ช่วยเหลือคนได้เป็นร้อยล้านพันล้านคน..แค่ภรรยาจะติดเชื้อไข้ป่าตาย มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย” ปราณนต์เอ่ยเสียงเยาะ
“ไอ้ณนต์!!” พสุวัฒน์โกรธจัดมีอาการวูบขึ้นมา ปราณรีบเข้าประคอง ปราณนต์มองพ่อด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
“พ่อ..” ปราณตัดบท “ณนต์..นายไปก่อนเถอะ”
ปราณนต์คว้าเป้ หันเดินแยกออกมา สีหน้าเครียด เจ็บแค้นจากเรื่องในอดีต
เสียงพสุวัฒน์โวยวายดังไล่หลังมา “ชั้นไม่ได้ทำให้แม่แกตาย ชั้นไม่ได้ทำ!!”
ที่บ้านพสุวัฒน์ เมื่ออดีต ประมาณ 20 ปีที่แล้ว ปราณนต์และปราณ ในวัย 8 ขวบ นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
พสุวัฒน์ในอดีตกำลังโวยวายที่ปริยาภรรยาของเขาบอกว่าได้สมัครไปเป็นแพทย์อาสาชนบทแล้ว “ปริยา!! ผมบอกแล้วไงว่าจะไม่ไปเป็นแพทย์อาสาชนบท”
ปริยากำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ ท่าทางสงบสง่า แต่มีความเด็ดเดี่ยวในแววตา ที่ใกล้ๆ กันนั้น มีกระเป๋าเดินทางที่เตรียมพร้อมจะออกไปแล้ววางอยู่ “ชั้นทราบค่ะ ชั้นถึงสมัครไปคนเดียวไงคะ”
“คุณไม่เคยบอกผมเลยจนวันที่คุณจะเดินทางเนี่ยนะ คุณทำได้ยังไง”
“ชั้นเคยบอกคุณแล้ว แต่คุณคงจำไม่ได้”
“ทำไม..ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ไม่ได้”
“ชั้นเคยบอกคุณแล้ว ว่าชั้นอยากใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาให้คุ้มค่า”
“เป็นหมออยู่ที่นี่ คุณก็ได้ใช้วิชาความรู้”
ปริยาหยิบหนังสือพิมพ์มาวาง “คุณดู..เกิดโรคระบาดบนดอย..ชาวเขากี่คนแล้วที่ต้องตาย ทั้งๆ ที่มันเป็นโรคที่รักษาควบคุมได้..แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะที่นั่นไม่มีหมอ”
“ก็ให้คนอื่นไปสิ แต่ไม่ใช่คุณ คุณมีครอบครัว มีลูกต้องดูแล” พสุวัฒน์ไม่ยอมท่าเดียว
“ถ้าคนอื่นไป คงไม่มีข่าวนี้หรอกค่ะ”