บทละครโทรทัศน์ นายฮ้อยทมิฬ ตอน 29 หน้า 7
“กูชักอยากฮู้แล้วว่าลูกพี่สิจัดหนักจังได๋”
กะปอมอยากรู้อยากเห็น รีบไปแอบดูที่ข้างกระท่อมแหวกรูตับจากที่เป็นฝาเรือน
“เฮ้ย..แอบเบิ่งลูกพี่จังซี้เดี๋ยวมึงก็โดนดีดอก”
“เงียบไปแล้วจังซี้ กูว่า..ลูกพี่บ่สนหยังดอก..หรือว่ามึงบ่อยากเบิ่ง”
กาเหว่ายิ้มกรุ้มกริ้ม ชอบใจ แล้วรีบเข้าไปแอบดูด้วยกัน แต่ภาพที่ทั้งคู่เห็นทำเอาตกตะลึงขนลุกขนพอง คำแสนกำลังจกกินเครื่องในของหญิงสาวที่นอนตายอย่างน่าสยดสยอง ใบหน้าของคำแสนนั้นน่าเกลียดน่ากลัวไม่ต่างจากผีปอบ กาเหว่ากับกะปอมถึงกับหงายหลังถอยล้มเข่าอ่อน กอดกันตัวกลมด้วยความหวาดกลัว
“ปอบ !! เสือคำแสนกลายเป็นปอบไปแล้ว !!!”
วันใหม่ กลุ่มของพวกสุบินพากันคุมควายเดินเกวียนมาตามถนนลูกรัง ทุกคนเริ่มอ่อนล้าและน้ำในบั้งทิงเริ่มหมด ทิดแสงเปรย “บักสุบิน..ย่างมาตั้งแต่เช้ามืด..ไสวะ..แหล่งน้ำที่ซุมข้อยสิได้เซาเมื่อย”
“แม่นความเจ้า..ตอนนี่เทิ้งคนเทิ้งควายสิอดน้ำตายกันเบิ่ดแล้ว”
“เอ้า..มึงหิวน้ำ กูก็หิวน้ำคือกัน ย่างมานำกันแล้วยังมาถามกูอยู่ได้ เห็นแหล่งน้ำหม่องได๋ ก็หม่องนั่นล่ะ”
“เอ้า..บักห่านี่ !! มึงว่ามึงสินำทัพควายซุมกูไปเมืองล่าง ซุมกูก็ตามมึงต้อยๆๆ เดินวนไปวนมาอยู่แถวนี้บ่ได้ไปไสจักเถื่อ แสดงว่ามึงบ่ฮู้ทางแม่นบ่”
สุบินโมโหกระชากคอเสื้อทิดแสง “มึงอย่าด่ากูให้ได้ยินอีก..บ่จังซั่นกูสิส่งมึงกลับไปหานายฮ้อย”
สุบินผลักแสงจนล้ม พวกชาวบ้านและคนอื่นๆ เริ่มมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจต่อการเป็นผู้นำของสุบิน
“เอ้า..ยังมาเบิ่งหน้ากันซือๆ อีก กูสิบอกให้ซุมมึงมาคึด อยากกลับไปหานายฮ้อยตอนนี่ก็บ่ทันแล้ว นายฮ้อยบ่มีทางยกโทษให้ดอก..คั่นบ่เดินหน้าต่อ..ก็ตายอยู่หม่องนี่ล่ะ”
คำพูดดักคอของเฒ๋าอ่ำ ทำให้ทุกคนเริ่มเครียดและกังวล ระหว่างนั้นเองอยู่ๆ ก็มีลูกดอกธนูพุ่งเข้ามาปักที่ เกวียน…ฉึก !! ทุกคนตกใจหันขวับ ด้วยสัญชาตญาณทุกคนคว้าอาวุธขึ้นมาทันที
“ไผวะ..ไผ !!!”
ไม่ทันขาดคำทั้งหน้าไม้และธนูอีกหลายดอกก็พุ่งเข้ามาโจมตีทัพควาย ทำเอาทุกคนตกใจวิ่งหนีหลบกันพัลวัน
ที่พักแรมทัพควายนายฮ้อยเคน กองไฟมอดเหลือเพียงควันไฟจางๆ นายฮ้อยเคนเฝ้าคำแก้วตลอดเวลาอย่างเป็นห่วง “คำแก้ว…” นายฮ้อยเคนลูบหัวปัดไรผมคำแก้วที่ยังไม่รู้สึกตัว คำแก้วเพ้อเรียกชื่อนายฮ้อยเคนออกมาเบาๆ “อ้าย..อ้าย…อ้ายเคน”
“คำแก้ว..อ้ายอยู่นี่แล้ว..เจ้าบ่เป็นหยังแล้ว..เฮาสิอยู่นำกันไปตลอดซีวิตเด้อคำแก้ว”