บทละครโทรทัศน์ นายฮ้อยทมิฬ ตอน 31 (จบบริบูรณ์) หน้า 8
“บ่ได้เป็นหยังกัน !! กล้าเว้าเนาะ ไผล่ะที่บอกว่าฮักอ้าย คั่นซาติหน้ามีจริงก็ขอให้ได้มาฮักกันอีก”
คำแก้วลุกพรวดทันที “อ้ายเคน !! ฮักก็ส่วนฮัก แต่บ่ได้หมายความว่าสิยอมเปลืองโตให้อ้าย”
“ก็แค่หอมแก้ม..บ่ได้หลายกว่านั่นจักหน่อย”
“แค่หอมแก้มเบาะ…นี่แน๊ะ !!!” คำแก้วดึงติ่งหูนายฮ้อยเคนแรงๆ จนนายฮ้อยเคนร้องเจ็บ..โอ๊ยๆๆๆ
“อู้ยยย..คำแก้ว..คนฮักกันไผก็ยอมให้หอมกันเทิ้งนั่น หอมได้เทิ้งมือ เทิ้งแก้ม เทิ้งหน้าผาก..แล้วก็หอม...”
คำแก้วชะงัก “หอมอิหยัง..เว้าให้ดีเด้อ้าย..อย่ามาซวดลวดกับข้อย”
นายฮ้อยเคนอมยิ้มชอบใจ แล้วเข้าไปใช้มือจิ้มที่ปลายจมูกคำแก้ว “หม่องนี่ไง”
นายฮ้อยเคนยิ้มกรุ้มกริ่ม น่ารัก จนคำแก้วแทบเผลอใจละลายกับรอยยิ้ม แต่ยังไว้ตัวเชิดหน้า
“จมูกก็บ่ให้หอม..เชอะ !!”
คำแก้วสะบัดหน้าใส่แล้วเดินออกไป นายฮ้อยเคนอมยิ้มมองตาม
ที่พักแรม คำแก้วเดินออกมาที่บริเวณทุ่งหญ้า นายฮ้อยเคนเดินตาม คำแก้วเริ่มร้องเพลงอาการฮักท่อนแรกก่อน “อยู่ใกล้อ้ายยามได๋ ตัวสั่นๆหัวใจเต้นๆ ถ้าบ่ได้เห็นบ่เป็นตาอยู่ บ่ฮู้เป็นหยัง”
นายฮ้อยเคนเดินเข้ามาแล้วร้องตอบโต้ จากนั้นบรรยากาศและภาพก็พาไป ให้ทั้งสองร้องเพลงเกี้ยวกันไปมาจนเกือบ จบเพลงแถวๆท่อนที่ร้องพร้อมกันว่า “ไทบ้านเขาส่าตึงๆ ว่าเฮาสองคนหลอยเป็นแฟนกัน”
ทั้งคู่จับมือสบตากันหวานซึ้ง นายฮ้อยเคนจะจับมือคำแก้วขึ้นมาหอม แต่คำแก้วดึงมือกลับ แล้วอายๆ เขินๆ เดินเลี่ยงเปลี่ยนไป นายฮ้อยเคนมองตามอมยิ้มชอบใจ
นายฮ้อยเคนเดินตามคำแก้วมาที่บริเวณทุ่งหญ้า
“คำแก้ว..อ้ายบ่ได้ฉวยโอกาส..อ้ายขอเจ้าซือๆนี่ล่ะ..ให้อ้ายหอมเจ้าจักหน่อยเด้”
คำแก้วยิ้มกวน “สิให้ดีบ่….” คำแก้วทำเป็นยื่นหน้าจะให้หอมแก้ม แต่ถอยหลบจนนายฮ้อยเคนเกือบหน้าคว่ำ
“บ่ให้ดีกว่า..เดี๋ยวอ้ายติดใจเมือบ้านแล้วมาขอข้อยบ่อยๆ มันสิบ่งาม อย่าลืมว่าเมือนำ กันเถื่อนี่ ชาวบ้านก็ยังเข้าใจว่าเฮาเป็นพี่อ้ายกับน้องเมีย อ้ายสิมามือไวใจเร็วจังซี้บ่ ได้ ข้อยได้ถืกนินทาเสียหายเบิ่ด”
“ก็ได้..คั่นจังซั่น อ้ายสิเปลี่ยนสถานะเจ้าบ่ให้ผูอื่นนินทาได้อีก”
“สิเปลี่ยนสถานะข้อยเป็นหยังล่ะอ้าย”
นายฮ้อยเคนยิ้มแล้วจับมือคำแก้วมากุมกำลังจะขอแต่งงาน “ก็เปลี่ยนให้เจ้ามาเป็น...มะ..(เมีย)”
แต่นายฮ้อยเคนพูดไม่ทันจบ เสียงหัวเราะคิกคักหยอกเย้าของโทนกับแสงโสม ก็ดังขัดจังหวะจนทั้งคู่มองหน้ากันสงสัย “ไผอยู่หม่องนั่น !! ออกมาเดี๋ยวนี่...บ่จังซั่นข้อยยิงอีหลี”