บทละครโทรทัศน์ ตอนจบ ปดิวรัดา ตอนที่ 24 หน้า 11
ศรัณย์เดินมาที่มุมหนึ่งของวัด บรรยากาศร่มรื่น สุขสงบสะอาดตา เห็นแม่ชีหลายคน บางคนกวาดลานวัด บางคนทำสวน บางคนเดินจงกรม บางคนนั่งสมาธิ ศรัณย์เดินไปหาดวงสวาทที่นั่งสมาธิ ดวงสวาทบวชชีพรามณ์มาสักอาทิตย์แล้ว สวยงาม สงบในชุดขาว ศรัณย์นั่งลงข้างๆ ดวงสวาทลืมตาขึ้น ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร
“ไม่เคยนึกเลยจะเห็นภาพอย่างนี้”
“เมื่อก่อนแค่เข้าวัดยังหงุดหงิดเลย”
“นั่นสิ แล้วนี่ อยู่ได้ไหม”
“ที่นี่ ตอนนี้ ดีกว่าอยู่บ้าน ดีกว่าอยู่โรงพยาบาล ดีกว่าอยู่ที่กรุงเทพ ไม่เคยสุขสงบอย่างนี้เลย”
“สีหน้าคุณบอกอย่างนั้น ชัดเจนทีเดียว”
“เมื่อคืนดวงฝันถึงคุณชายนริศด้วย เขามาขอบคุณที่บวชให้”
“คุณชายนริศเหมือนพ่อผม คนดีที่ยอมแพ้อย่างไม่น่าเชื่อ”
“บาปกรรมที่ดวงทำกับเขาหนักหนา ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ก็คงอยู่ไม่ได้หรอก”
“แล้วนี่จะอยู่นานแค่ไหน”
“คงอีกสักพักใหญ่ค่ะ หลังจากนั้นก็จะบินไปหาพ่อกับแม่ที่อังกฤษ คงต้องช่วยท่าน ทำงานหาเงินมาใช้หนี้”
“หลังพ่อผมฆ่าตัวตาย ผมต้องไปอยู่วัด ตอนนั้นนึกว่าโชคร้าย เอาเข้าจริงผมว่านี่คือโชคดี ไม่งั้นผมก็คงเป็นแค่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่มีประโยชน์อะไรกับโลกใบนี้”
“ฉันจะจำคำของคุณไว้”
“ไม่ว่าคุณไปอยู่ไหน โปรดเอาความปรารถนาดีของผมไปด้วย คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ความรักของคุณชายนริศและผมจะอยู่กับคุณเสมอ แค่มันเปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น”
ดวงสวาทพยักหน้าขอบคุณจากหัวใจ
บ้านเจ้าคุณบำรุง บรานีนั่งซึมๆ อยู่ แต่ดูดีกว่าเมื่อก่อน คุณหญิงเพ็ญแข เจ้าคุณบำรุงเดินมาหา
“เป็นอาทิตย์แล้ว ที่ลูกไม่ได้ออกไปเที่ยวเลย”
“ค่ะ รานีคงไม่ไปบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“ดีมาก ที่เชื่อฟังกัน”
“แต่ลูกเบื่อเหลือเกิน ชีวิตเหมือนไม่มีความหมายอะไรกับใครทั้งนั้น”
“ถ้ามีชีวิตอยู่เพื่อ”รับ” ลูกก็จะมีแต่ความว่างเปล่า แต่ถ้ามีชีวิตอยู่เพื่อ “ให้” ลูกก็จะ”มี” จนล้นเหลือ”
“รานีไม่ใช่รินหรือยายบุ ฟังไม่เข้าใจหรอกค่ะ”
เจ้าคุณบำรุงยิ้ม จับหัวบรานีเอ็นดู “ลูกเข้าใจอยู่แล้ว พ่อรู้”
“รักพ่อแม่ รักเพื่อน รักในงานที่ทำ รักสัตว์ รักต้นไม้ รักการเต้นรำ รักการอ่าน รักของพวกนี้ หนูจะไม่มีวันอกหัก”
“ที่จริงพี่อรุณชวนบานีไปทำงานเก่าที่พี่เขาลาออกมา ที่กระทรวงต่างประเทศ เป็นข้าราชการ เหมือนคุณพ่อ”
“แล้วเราว่าไง”